ต่อไปนี้เป็นบรรยายออนไลน์ฟรีในกระบวนวิชา : คู่มือเอาชีวิตรอดในการบริหารโครงการเกมไทย #2
วันนี้เราจะเริ่มกันที่
การเตรียมตัวก่อนที่จะเข้าสู่สนามรบ(การเริ่มต้นโครงการเกม)กัน โดยอาศัยหลักพื้นฐานของการเตรียมตัวง่ายๆก่อนจะออกรบ(ทำงาน)ด้วย หลักการ "รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง"
ผมเชื่อจากประสบการณ์ทำเกมกว่าสิบปีของผมว่า ร้อยทั้งร้อยหลายคนที่ทำเกมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอะไรคือ "แก่นของเกม"(ตัวผมเองสมัยหนุ่มๆก็ไม่ทราบเหมือนกันแต่ก็ฟลุ๊คทำเกมมาได้)
เกมนั้นเป็นซอฟต์แวร์มัลติมีเดียเพื่อความบันเทิงประเภทหนึ่งที่เมื่อเริ่มแรกนั้นไม่มีอะไรมากไปกว่าภาพเคลื่อนไหว เสียงบั๊บๆ และก็การนับแต้มเหมือนกีฬาการแข่งขัน มาจนถึงทุกวันนี้หรูหราอลังการณ์ ภาพสมจริงราวกับระบบจำลอง มีเนื้อเรื่องเข้มข้นเหมือนบทประพันธ์ชั้นเยี่ยม ซึ่งทั้งหมดนั้น..เป็นเพียงแค่ "เปลือกนอก" ที่เพิ่มเติมเข้ามาตามยุคสมัย , เงินทุน และ ระดับของเทคโนโลยี ซึ่งถ้าผู้บริหารโครงการ , ผู้รับผิดชอบโครงการ , คนคุมงาน มองเกมแค่แต่เพียง "เปลือกนอก" และเข้าใจแค่เปลือกอย่างผิวเผิน โครงการนั้นย่อมไม่มีวันสำเร็จได้ตามเป้าหมาย หรือตามกำหนดการณ์
แก่นของเกมคืออะไร ?
ถ้าว่ากันตามนิยาม... แก่นของเกม ก็คือ "สิ่งที่ถ้าเอาออกไปแล้วเกมจะไม่เป็นเกม" หรือ "เป็นสิ่งที่เกมขาดไม่ได้" หรือ "เป็นหัวใจของเกม" ...เอาล่ะครับ ? ลองมาเดาๆคำตอบกันดูก่อนหรือไม่ ? ให้เวลาสัก 30 วินาทีนะครับ.. 30..29..28...0
เกมทุกเกมนั้นประกอบไปด้วย "วิธีการเล่น" หรือ "กฏ" นั่นเองถ้าไม่มีสิ่งนี้ เกมก็ไม่ใช่เกม และไม่สามารถที่จะเล่นกับมันได้ ดังนั้นในการเริ่มต้นโครงการ ส่วนของการออกแบบเกมนั้น "วิธีการเล่น" และ "กฏ" เป็นสิ่งแรกที่ผู้รับผิดชอบควรจะดำเนินการออกแบบให้เสร็จสิ้น โดยมีเนื้อหาครบถ้วน ครอบคลุม และตายตัวทุกกรณีที่จะเกิดขึ้น เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นภายหลัง ซึ่งหลายโครงการที่ผมรับผิดชอบมา ถ้าโครงการไหน "กฏ" ถูกออกแบบไว้ครบตั้งแต่แรกแล้ว โครงการนั้นแทบจะไม่มีปัญหาในการทำงานภายหลังเลยเว้นเสียแต่ "มีคนอุตริจะเปลี่ยน กฏ ที่ออกแบบไว้เมื่อทำไปสักพักแล้ว"
รู้เขา รู้อะไรบ้าง
รู้ว่าเกมมีอะไรบ้าง แบ่งเป็นกี่ประเภทอย่างคร่าวๆ และแต่ละประเภทนั้นมีจุดสำคัญอยู่ที่อะไร และเหมาะกับกลุ่มคนเล่นแบบไหน
ในส่วนนี้นั้นผมจะขออ้างอิงเอาจากตำราฝรั่งเล่มหนึ่งชื่อว่า "GAME DESIGN : THE ART & BUSINESS OF CREATING GAMES โดย Bob Bates, ISBN : 0-7615-3165-3" ซึ่งหนังสือเล่มนี้ มีเนื้อหาค่อนข้างจะสรุปเอาแต่ใจความสำคัญ อ่านค่อนข้างง่ายและเหมาะกับผู้เริ่มต้นที่ยังมีประสบการณ์ไม่มากนัก จะขาดก็แต่พวกบทสัมภาษณ์ผู้มีประสบการณ์ชื่อดังๆก็เท่านั้นเอง
โดยในหนังสือได้ระบุประเภทของเกมหลักๆไว้ดังนี้
1. Adventure Games
เป็นเกมที่เน้นที่ "เนื้อเรื่อง" เป็นหลักและอาศัย "การแก้ปริศนา" เป็นกลไกของการดำเนินเกมโดยเกมประเภทนี้นั้นจะมีทั้งในแบบ text based(มีแต่ตัวหนังสือ) หรือเป็น first person view หรือแบบอื่นๆก็ได้ โดยมากกลุ่มผู้เล่นเกมประเภทนี้นั้นจะชอบกับการใช้เวลาในการขบคิดและวิเคราะห์ปัญหา โดยที่ตัวเกมจะยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นจนกว่าผู้เล่นจะป้อนคำสั่ง หรือกระทำการใดๆในเกมที่มีผลต่อปริศนา
ผู้เล่นมักจะคาดหวังว่าเกมประเภทนี้นั้นจะใหญ่ และซับซ้อนมากมาย และมีตัวละครรวมไปถึงเนื้อเรื่องที่ดีและน่าสนใจ
2. Action Games
เป็นเกมที่เน้นการตอบสนองอย่างฉับไวของผู้เล่น เน้นการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง โดยมากผู้เล่นส่วนใหญ่ไม่ได้คาดหวังอะไรจากเกมแนวนี้มากไปกว่า "ยิง แล้วก็ ฆ่า" และ "แอคชั่นที่ตื่นตาตื่นใจ เท่ห์ และต่อเนื่อง" โดยที่ฝ่ายตรงข้ามนั้นอาจจะเป็นได้ทั้ง AI หรือ ผู้เล่นคนอื่นที่เล่นแบบ online
3. Role-Playing Games(RPGs)
เป็นเกมที่เน้นการควบคุมและบริหารตัวละคร หรือกลุ่มของตัวละครด้วยการเพิ่มค่าสถานะ และความสามารถต่างๆ เพื่อใช้ในการแก้ไข quest และสู้กับเหล่าศัตรูถึงเมื่อชนะตัวละคร หรือกลุ่มตัวละครของผู้เล่นจะได้รับรางวัลเป็นค่าประสบการณ์ เงิน หรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการเสริมความสามารถให้กับตัวละครหรือกลุ่มตัวละครเดิมได้
เกมประเภทนี้จะมีโลกในเกมที่กว้างใหญ่ ซึ่งจะค่อยๆปรากฏออกมาทีละนิดๆเมื่อผู้เล่นเล่นไปเรื่อยๆ
4. Strategy Games
เป็นเกมที่เน้นการบริหารจัดการทรัพยากรจำกัดเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว ซึ่งโดยมากการบริหารจัดการทรัพยากรเหล่านี้มักจะเป็น การเลือกหน่วยรบที่จะสร้างและส่งลงสนาม หรือการเลือกบริหารเงินที่ใช้จับจ่ายกับการซื้อและสร้างสิ่งก่อสร้าง
ในสมัยก่อน Strategy Games นั้นจะมีลักษณะเป็น turn-based เหมือนกับบรรพบุรุษของมันที่เป็นเกมแบบกระดานที่ผลัดกันเดินคนละตามาก่อน
5. Simulations
เป็นเกมประเภทที่เน้นการจำลองสภาพแวดล้อมหรือสถานการณ์จริงๆ อาทิเช่น เกมจำลองการขับเครื่องบินรบ หรือบัญชาการเรือดำน้ำ โดยผู้เล่นนั้นจะต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับวิธีการเล่นและระบบของมันเสมือนกับการควบคุมเครื่องจักร หรืออยู่ในสถานการณ์เหล่านั้นจริงๆ
โดยมากแล้วเกมประเภทนี้ ยิ่งเหมือนจริง ยิ่งดี
ยังเหลืออีก 7 ประเภท เอาไว้เดี๋ยวมาต่อคราวหน้านะครับ เดี๋ยว entry จะยาวเกินไปมีแต่ตัวหนังสือนะครับ
edit @ 11 Jan 2008 14:58:46 by Thanit A.


