Fiction

เกริ่นนำ

ผมเริ่มเขียนนิยายครั้งแรกตอนอยู่ ป.6 ครับ , และก็เริ่มเขียนจริงจังๆก็ตอน ม.2
ผมมักจะชอบเรียกตัวละครผู้หญิงซึ่งเป็นตัวหลักในเรื่องว่า "ลูกสาว" เสมอๆ

ซึ่งที่ผ่านๆมาผมเองก็มี "ลูกสาว" หลายๆคน มีทั้งคนที่ถูกใจ คนที่ไม่ถูกใจ วันนี้ก็เลยนึกอย่างส่งต่อความวิปริตเลยเขียน entry จัดอันดับ "ลูกสาวคนโปรด 10 อันดับ" ให้ได้อ่านกันครับ

อันดับที่ 10
มหาเทวีแห่งแสงสว่าง ลูซิส

มหาเทวีผู้สร้างโลกในตำนานของเกมโปรเจควัน, ลูกสาวของผมคนที่มีพลังมากที่สุด เอาแต่ใจตัวเอง รักสนุก ไร้ความรับผิดชอบเธอมีน้องสาวฝาแฝดที่หน้าอกใหญ่กว่าราวๆ 1 คัพอยู่คนหนึ่ง คือเทวีอาทรัม ราชินีแห่งความมืด ผู้เหนียมอาย เรียบร้อย แต่ชอบสัตว์เลื้อยคลาน แต่บังเอิญว่าบทน้อยก็เลยไม่ติดอันดับ 10 อันดับแรก

วีรกรรมเด่นๆของเธอก็เช่น การเอาชนะน้องสาวตัวเองด้วยการโจมตีทีเผลอ และแยกร่างน้องผู้เป็นอมตะออกเป็น 7 ส่วนเอาไปฝังดินกระจายไว้ทั่วโลก...

ลูซิส เป็นผู้สร้างมนุษย์ในโลกของโปรเจควัน... รักและเอ็นดูยามดี และ ทิ้งๆขว้างๆยามเบื่อ เป็นลูกสาวที่เอาแต่ใจสุดๆ
ถ้าทำได้... อยากจะจับมาหวดให้ก้นลายจริงๆ

อันดับที่ 9
รูบี้ส์ จีเวลส์

ลูกสาวคนรอง ของบ้านสามใบเถาตระกูลจีเวลส์ที่มีแต่ผู้หญิงล้วน ในนิยายที่ผมเขียนและดองเอาไว้ในไหเรื่อง Divine Crisis
เป็นสาวแว่น มันผมเปียยาวถึงบั้นท้าย... สาวแว่นเก๊ที่ต้องใส่แว่นทำจากผลึกหินจันทราที่มีอำนาจสกัดพลังเวทย์ เพื่อกดพลังการหยั่งรู้อนาคตทางการจ้องตาคนอื่นของเธอ

รูบี้ส์ เป็นผู้มีความสามารถหยั่งรู้อนาคตที่หาตัวจับได้ยาก สมัยวัยรุ่นชอบทำอาชีพหมอดูหาเงินพิเศษมาจุนเจือบ้านที่มีกันแค่สามพี่น้อง ภายหลังเติบใหญ่ขึ้นได้เป็น โหรหลวงของอาณาจักร แต่ก็ไม่ชอบชีวิตในวังเลยออกพเนจรซะงั้น

รูบี้ส์ มีเรื่องกลุ้มใจหลักๆ เพราะไปรู้อนาคตที่เธอไม่อยากจะรู้สองเรื่อง และไม่สามารถบอกใครได้
1. เรื่องที่น้องสาว กับ พี่สาวของเธอจะต้องหลงรักผู้ชายคนเดียวกัน
2. ความตายของพี่สาวเธอเอง

ผมไม่ชอบลูกสาวคนนี้ตรงเดียวก็คือ... เธอเป็นคนยอมแพ้ต่อโชคชะตา

อันดับที่ 8
เอเมอรัลด์ จีเวลส์

เป็นน้องคนสุดท้องของบ้านจีเวลส์ และว่าที่ตำแหน่งนางเอกฟ้าประทานของเรื่อง(เรื่องล็อคมาให้เป็นนางเอก)
มีปมด้อยเรื่องที่บ้านตัวเองเป็นลูกครึ่งระหว่างมนุษย์กับภูติ... ซึ่งมีคำสาปเรื่องสูญสิ้นตระกูล ลูกที่เกิดมาจะเป็นลูกสาวหมด
แต่ตัวเธอเองก็ไม่เคยนึกโทษพ่อแม่ตัวเองเลยแม้แต่ครั้งเดียว

เธอเป็นคนใจร้อน โมโหง่าย แต่ก็เลิกโกรธเร็ว เชี่ยวชาญการใช้เวทมนตร์ที่เกี่ยวกับไฟ เป็นสาวซึนหน่อยๆ...
พอแต่งงานเป็นแม่บ้านแล้ว ก็เป็นแม่บ้านเต็มขั้นแทบไม่เหลือคราบสาวน้อยนักเวทย์จอมบู๊สมัยรุ่นๆ แถมยังเรียกคุณสามี
ด้วยคำหน้าหมั่นไส้อย่าง "ดาร์ลิ้ง" อีกต่างหาก

เธอมีลูกๆ 3 คน เป็นลูกผู้หญิงคนโต 1 คน และ แฝดชาย - หญิง ซึ่งเป็นเรื่องน่ามหัศจรรย์มากสำหรับผู้มีสายเลือดภูติแบบเธอ

ถึงจะเป็นแม่บ้าน แต่ก็เป็นแม่บ้านสัญญาบัตร คุณสามีมีตำแหน่งเป็นนายกองอัศวินของอาณาจักร อดีตผู้กล้าผู้สังหารจอมมารตนที่สองและตัวเธอเองยังเป็นพระสหายของพระราชินี เนื่องจากสมัยสาวรุ่นๆนั้น องค์ราชินี หรือ เจ้าหญิงในตอนนั้นสุดแสนจะแก่นแก้วและชอบหนีออกจากวัง(สูตรสำเร็จ ?) ได้รับการช่วยเหลือจ่ายค่าแอปเปิ้ลที่หยิบมากินโดยไม่จ่าย(ทำไมเจ้าหญิงหนีออกจากวังชอบขโมยแอปเปิ้ลจัง ?)

เป็นที่รู้กันดีเลยว่า ถ้าเจอแม่บ้านแต่งตัวปอนๆ วิ่งเข้าวังมาล่ะก็ นั่นล่ะ พระสหายของพระราชินี

ผม... หมั่นไส้ที่ลูกสาวคนนี้ มันเรียกผัวตัวเองแบบนั้นล่ะครับ ได้ยินกี่ที ก็หมั่นไส้มันมากๆ อีตอนจีบกันด่าอย่างนั้นอย่างนี้ คนเรากลับกลอกจริงๆ

อันดับที่ 7
ไดอามอนด์ จีเวลส์

ลูกสาวคนโตชองบ้านจีเวลส์... ผู้ช้ำรัก... เก่งกาจเรื่องทำอาหาร และข้าวกล่อง แต่นั่นก็ไม่พอให้พิชิตใจชายได้
พอหกอักก็เลยบวชเป็นนักบวชแม่งซะเลย ประชดชีวิต ตอนหลังได้เป็นนักบวชลำดับสูงเพราะมีพรสวรรค์ด้านเวทมนตร์อันเนื่องมาจากสายเลือดและถูกเสนอชื่อชิงตำแหน่งว่าสันตะปาปาแห่งศาสนจักรรุ่นต่อไป

เธอรับเอาลูกสาวคนโตของน้องสาวที่แย่งผัวไปมาเลี้ยงเอง ด้วยเหตุผลสำคัญบางอย่าง และก็รักเหมือนกับเป็นลูกสาวของตัวเองแท้ๆซึ่งดูเหมือนหลาน(ลูกสาวของน้องสาว)ก็รักเธอมากเช่นกัน จนบ่อยครั้งๆที่มักจะมีประโยคสนทนาทำนองๆ

"ถ้าคุณป้าเป็นคุณแม่ของหนูจริงๆก็ดีสิ"
"ไม่ดีหรอกจ๊ะ ถ้าแบบนั้น หนูก็คงไม่ได้เกิดและได้มาอยู่กับป้า"

ในช่วงท้ายของเรื่อง เธอจะต้องตาย เพราะบทกำหนดเอาไว้ เป็นการตายที่เสียสละเพื่อหลานสาวสุดรัก และเป็นจุดเริ่มต้นของหายนะอันเป็นจุดสิ้นสุดของทุกสิ่ง

ผมถูกใจลูกสาวคนนี้มากล่ะครับ เธอทั้งอดทน และเสียสละมาทั้งชีวิต และก็ไม่ได้แฮปปี้เอนดิ้งกับใครเขาเลย

อันดับที่ 6
ราชินีแห่งมายาความมืดอันนิรันดร์ มาทริแอทช์ 1 ใน 4 องค์รักษ์ภราดรภาพแห่งรัตติกาล

หนึ่งในแม่ทัพปีศาจทั้ง 108 ตนในเรื่อง Divine Crisis ควบตำแหน่ง 4 องค์รักษ์ของจอมมาร ผู้มีพลังในการสร้างภาพมายา
ในร่างมนุษย์เธอเป็นหญิงสาวสูงโปร่ง ผมสีดำดูลึกลับและมีเสน่ห์ และเป็นปีศาจไม่กี่ตนที่ไม่เห็นด้วยกับการทำสงคราม
กับเผ่ามังกรของราชาปีศาจ

ในอดีตของเรื่อง เธอเคยพลาดท่าในการต่อสู้กับเผ่ามังกรได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ก็ได้รับการช่วยเหลือเอาไว้จากผู้ชายคนหนึ่งผู้ที่คิดว่าเธอเป็นแค่หญิงสาวชาวบ้านที่บังเอิญถูกสัตว์ป่าทำร้ายจนบาดเจ็บ

เธอปิดบังฐานะที่แท้จริง และพบรักกับเขาจนมีลูกด้วยกัน 1 คน, เธอตั้งใจที่จะล้างมือจากวงการและใช้ชีวิตสงบแบบผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งแต่ก็ไม่อาจทำได้ เมื่อนักรบของเผ่ามังกรตามหาเธอจนพบ... สามีของเธอตายเพื่อปกป้องตัวเธอ ในขณะที่ลูกชายถูกเผ่ามังกรพาตัวไปตั้งแต่แบเบาะ เธอผูกใจเจ็บ และพยายามตามทวงลูกคืนมาตลอดนานนับร้อยๆปี

จนกระทั่งได้เจอกับพระเอกของเรื่องผู้ที่สืบสายเลือดมาหลายสิบรุ่นจากลูกชายที่ถูกพาตัวไปโดยเผ่ามังกร และเป็นคนสุดท้ายของตระกูลนั้น เรื่องที่เธอไม่ชอบใจที่สุดก็คือ... แม่ของลูกหลานของลูกชายเธอเสือกเป็น เจ้าหญิง ของเผ่ามังกรซะได้...

นอกจากภารกิจตามหาลูกแล้ว เธอยังมีศักดิ์เป็นพี่เลี้ยงของ เจ้าชายปีศาจ ผู้ชื่นชอบการท่องโลกกว้างมากกว่าสงครามอีกคนหนึ่ง

ผมถูกใจลูกสาวคนนี้ ตรงเรื่องน้ำเน่าในมหากาพย์ชีวิตกว่า 1400 ปีของเธอนี่แหละครับ

อันดับที่ 5
อเล็กซานดร้า เจ้าหญิงมังกร 1 ในแม่ทัพทั้ง 4 พันธมิตรแห่งแสง

เจ้าหญิงมังกรผู้เก่งกาจทั้งเชิงรบ เชิงเวทย์ จนเป็นที่คาดหวังจากเผ่ามังกรและศาสนจักรให้เป็นผู้นำกองทัพพันธมิตรคนต่อไป ดันเสือกไม่รักดี ไปชื่นชอบ "ผู้กล้าในตำนาน" ที่เป็นมนุษย์ซึ่งเจอกันเพียงหนเดียวในงานเลี้ยงฉลองชนะศึกกับจอมราชาปีศาจ

ด้วยเพราะฐานะต่างกันมาก จึงถูกกัดกันจากทั้งครอบครัวและสังคม เธอก็เลยเลือกที่จะ หนีตามผู้ชายไป... และหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ ใช้ชื่อปลอม ฐานะปลอม และใช้เวทมนตร์สร้างความจำปลอมเพื่อหลอกตัวเองว่าเป็นแค่ ลูกสาวคหบดีที่หนีตามผู้ชายไปคนหนึ่ง

เธอคิดว่าชีวิตคู่จะราบรื่น และมีความสุข... แต่สุดท้ายภาระหน้าที่ก็ตามมาหลอกหลอน , สามีสละชีพเพื่อยับยั้งการเกิดใหม่ของราชาปีศาจ ลูกชายคนโตหายสาบสูญระหว่างออกตามหาปีศาจที่ฆ่าพ่อ... ลูกคนเล็กไม่เอาไหนที่ภายหลังพอใครต่อใครรู้ชาติกำเนิดก็พาจะยกกันให้เขาเป็น "ผู้กล้า" และส่งไปตายอีก...

เธอเป็นทั้งแม่ ทั้งนักรบ... เคยสู้กับแม่ทัพปีศาจชนิดสู้ยิบตา เพื่อปกป้องลูกชายคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ แต่ก็เพราะห่างสังเวียนมานานก็เลยโดนอัดซะน่วมแทน

ภายหลังเกษียณเป็นคุณย่า มีหลานๆน่ารักคอยอ้อน ชีวิตก็พบความสุขในที่สุด

ผมคิดว่าลูกสาวคนนี้ของผม... โครตละครแม่บ้านน้ำเน่าหลังข่าวสุดๆ

อันดับที่ 4

ฟ้า - Re Angel

นางฟ้าผู้มาเนียนเป็นน้องสาว... เธอมีนิสัยหวงพี่ชายสุดๆ และทำทุกอย่างเพื่อปกป้องเขา
เธอทำหน้าที่โดยไม่ได้สนใจเลยว่าตัวเองจะต้องตาย หรือเป็นอะไรไป

กล้าที่จะยืนหยัดต่อหน้าคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งกว่ามากๆ...

ฟ้านั้นยามดี ก็ดีมากๆ และ ในบทตัวร้ายก็ร้ายได้มากๆเช่นกัน

ผมชอบเธอตรงที่เป็น คนสุดๆ ได้ทั้งสองฝั่งแบบนั้นครับ

อันดับที่ 3

มานารี - Re Angel

ปีศาจสาวสวยใสไร้สติ ผมสีชมพู ผู้ที่เล่นบทบ้าก็บ้าได้ถึงที่สุด และบทโศกก็เล่นได้ไม่แพ้กัน
เธอเป็นคนตั้งใจจริง และไม่เคยคิดร้ายกับใคร

ถึงแม้เบื้องหน้าจะทำเหมือนเป็นคนไม่คิดอะไรใน แต่ในใจก็คิดกับเขาบ้างเหมือนกัน

ผมให้เธออยู่ในอันดับสามเพราะว่า... เธอเขียนดราม่าให้ยากจริงๆ

อันดับที่ 2

กัลยา - Re Angel

สาวแว่น ซึน เพื่อนสมัยเด็ก เขียนบทง่าย... ใช้เป็นตัวเดินเรื่องหลักได้ดี แค่ใส่เธอมาก็มีเรื่องแล้ว ช่วยแก้ปัญหา
ไม่รู้จะเขียนอะไรได้เป็นอย่างดี

กัลยาเป็นคนปากไม่ตรงกับใจ... และเป็นคนใจร้อน
พูดมาก ต่อยก็หนัก

ผมรู้ว่าหลายๆคนแอบเชียร์เธออยู่... และเธอเป็นคนที่มีแฟนคลับที่ญี่ปุ่นมากพอสมควร

ที่ให้อันดับสอง ไม่ใช่เพราะแฟนๆเยอะ แต่เพราะเขียนบทง่ายจริงๆ... ผมรักลูกสาวคนนี้มากครับ

อันดับที่ 1

คุณดาวเรือง

มาเป็นอันดับ 1 เพราะความพิศวาสส่วนตัวของผู้สร้าง
คุณดาวเรืองแห่งบ้านสหัสบุปผา... ลูกสาวคนเดียวที่ต้องใช้คำว่า "คุณ" นำหน้าเสมอๆ

เธอเป็นผู้หญิงที่ทุ่มเทหมดหน้าตักเพื่อรัก และก็หึงแบบร้ายกาจสุดๆ
เป็นหม่อมแม่ สุดยอดนางอิจฉาละครไทยแบบบ้านๆ

ตอนนี้มีคนอุตริเรียกชื่อดอกดาวเรืองด้วยคำเมืองเป็นชื่อเล่นเธอ...

"อีคำปู้จู้" ซึ่งคิดว่าในเรื่องคงมีคนเรียกเธอลับหลังด้วยชื่อนี้จริงๆ

อยากเล่ามากกว่านี้ล่ะครับ , แต่เดี๋ยวจะสปอย(แต่ก็ชดเชยด้วยภาพ) เอาเป็นว่าเธอเป็นลูกสาวของผมคนที่มีมิติมากที่สุดคนหนึ่ง

สรุป

อันดับต้นๆ profile น้อยหน่อยนะครับ เพราะไม่อยากจะสปอย... เอาไว้รอเล่นในเกมดูเอาล่ะกัน

ข้อตกลงก่อนจะเริ่มอ่าน Entry นี้
1. เรื่องราวทั้งหมด เป็น "เหตุการณ์สมมุติ !" ไม่ได้มาจากเหตุการณ์จริงๆใดๆ ดังนั้นชื่อบุคคล ชื่อโครงงาน จึงต้องปกปิด !! (ไม่ได้กลัวคุกแต่อย่างใด หากแต่เพราะเป็นเรื่อง สมมุติ จึงไม่อาจบอกชื่อได้ เพราะไม่มีอยู่จริงๆ !!)
2. เพราะเป็นเหตุการณ์สมมุติ จึงสามารถบอกตัวเลขต่างๆ ได้ เพราะเป็นเพียงการ สมมุติ เท่านั้น !

วัตถุประสงค์
1. ตอนนี้กำลังมีโปรเจคที่ late แล้ว 1 เกม กับอีก 1 เกมที่มีแววจะ late ทำให้แทนที่จะมาเขียนวิธีเอาตัวรอดสอนคนอื่น ผู้เขียนจึงต้องใช้วิชาของตัวเองช่วยตัวเองให้รอดก่อน... ซึ่งถ้ารอดแล้วก็น่าจะกลับมาเขียนได้ต่อ... และเป็นการพิสูจน์ว่า "ของกรูน่ะปฏิบัติจริง บ่ใช่ทฤษฎีนั่งเทียนเขียนเอา" แต่ด้วยความเสี้ยนอยากเขียน Entry ก็เลยต้องหาเรื่องอื่นมาเขียนแทน
2. เพื่อให้ท่านที่ "สมมุติว่า" มีความประสงค์และคิดจะจ้างคนทำเกม ได้ทราบถึง "วิธีเลี่ยงบาลี" ที่ปัจจุบันผู้รับผลิตเกมไทยนิยมใช้กันเพื่อให้ "สักแต่ว่าได้งานทำ"
3. ไม่มีใครอยากจะได้ของย้อมแมว หรือของไม่ดี... แต่ก็อีกเช่นกันพอรู้ราคาของดีก็ไม่มีใครอยากจะจ่ายเหมือนกัน... เอวัง...
4. เพื่อบ่นด่า สาวไส้ให้กากิน พวกที่ "สมมุติว่า" เป็นคนทำเกมเหมือนกัน

เกร็ดน่ารู้

1. คนทำเกมส่วนใหญ่ในไทยชอบอวดอ้างว่า "เชี่ยวชาญ" "ชำนาญ" หรือ "มีประสบการณ์มาก" ทั้งนี้ทั้งนั้น... น้อยคนจะรู้ว่า เขานับเอา "งานไม่เสร็จ" "งานขายไม่ออก" และ "งานเจ๊ง" เป็นส่วนหนึ่งของความชำนาญและประสบการณ์ด้วย

2. "สมมุติว่า" เกือบทุกคนที่เป็น "อาจารย์สอนทำเกม" ไม่เคย "ประสบความสำเร็จในอาชีพทำเกม" เลย ดังนั้นจึงต้องมายึดอาชีพเป็น "อาจารย์สอนทำเกม" มากกว่าจะเป็น
"คนทำเกม"

3. ปัจจุบันจากการพูดคุยกับเพื่อนร่วมอาชีพหลายท่าน และสำรวจอัตราจ้างในปัจจุบัน ราคาการ "รับจ้าง" ทำเกมสำหรับระดับมืออาชีพนั้นจะเริ่มต้นที่ "หัวละ" 20000+ ต่อเดือน ซึ่งอธิบายให้ท่านเข้าใจได้ง่ายๆตามนี้

- ถ้าทีมงานที่จ้างมี 1 คน ทำงานใช้เวลา 1 เดือน ท่านต้องจ่าย 20000 บาทให้เขาหรือมากกว่า
- ถ้าทีมงานที่จ้างมี 2 คน ทำงานใช้เวลา 1 เดือน ท่านต้องจ่าย 40000 บาทให้พวกเขาหรือมากกว่า
- ถ้าทีมงานที่จ้างมี 2 คน ทำงานใช้เวลา 2 เดือน ท่านต้องจ่าย 80000 บาทให้พวกเขาหรือมากกว่า

ซึ่งถ้าท่านสามารถหาที่รับถูกกว่าอัตรานี้ได้พึ่งระลึกไว้ว่านั่นเป็น

- เด็กรุ่นใหม่ไฟแรงอยากได้งานจัด... หรือนักศึกษากำลังเรียน... ถ้าท่านอยากให้โอกาสเด็กก็เชิญตามสะดวกแต่ว่าโปรดทำใจเรื่อง "ความเสี่ยงของงานไม่เสร็จ" ไว้ด้วย
- บริษัททำเกมขนาดเล็กที่มีเกมเดิมอยู่แล้วและพร้อมจะเอามันมา "เปลี่ยนภาพใหม่" แล้วเอามาขายให้ท่าน
- คนหัวใส ไป download เกม opensource มาจากนั้นก็เอามาแก้ภาพใส่ เนื้อหา มาขายให้ท่าน
- บริษัททำเกมที่กำลังจะตาย "เพราะขายเกมไม่ออก"
- และนี่เป็นเรื่อง "สมมุติว่า"

4.บางครั้ง "สมมุติว่า" ท่านจะได้ยินว่า บางคน บางกลุ่ม หรือบางบริษัท อวดอ้างว่า ตนนั้นมีประสบการณ์ในการรับงานเกมระดับโลกจากทั้งอเมริกา เกาหลี หรือญี่ปุ่นมาแล้ว เพื่อเพิ่มราคาในการจ้าง หรือโก่งค่าตัว... ก่อนท่านจะรู้สึก เอ้อเหอ สุดยอดไปเลย คนไทยไม่แพ้ใครในโลก ขอให้ท่านโปรดสำรวจว่า

ใน Credits ของผลงานที่พูดถึงนั้น มีชือของเขาเหล่านั้นหรือไม่

ทุกวันนี้ประเทศพัฒนาแล้วนิยมกระจายงาน "ไม่น่าทำ" และงาน "ใช้แรงงานตามสั่ง" ไปยังประเทศ "ด้อยพัฒนา" เพื่อลดค่าจ้างในการผลิต ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้น หากเป็นงาน "ส่วนสำคัญ" แล้ว... เขาจะใส่ชื่อไว้ให้ใน Credits อย่างแน่นอน... อนึ่งการไม่มีชื่อนั้นยังสามารถตีความได้สองความหมาย
- รับเงินแพงมาก แลกกับการไร้ชื่อ
- ทำงานแบบ "แรงงาน" ที่ไม่สำคัญอะไร และหาใครที่ไหนมาทำก็ได้...

5.บางครั้ง "สมมุติว่า" ท่านจะได้ยินว่า บางคน บางกลุ่ม หรือบางบริษัท อวดอ้างว่า ตนนั้นได้รับรางวัลชนะเลิศมากมายจากการประกวดด้านนี้ ในประเทศ ก่อนท่านจะรู้สึก เอ้อเหอ สุดยอดไปเลย ผู้ชนะการประกวด ขอให้ท่านระลึกไว้ว่า

- งานประกวดในไทย... มักจะมี 5 รางวัล แต่ผู้เข้าประกวดน้อยกว่า รางวัล
- งานประกวดในไทย... มักจะมี บริษัทแม่เป็นกรรมการตรวจงานบริษัทลูก
- งานประกวดในไทย... มักจะจัด โดยท่านไม่เคยรู้เรื่องเลยว่ามี
- งานประกวดในไทย... มักจะใช้ กรรมการที่ไม่เคยทำเกม ไม่รู้ว่าเกมทำยังไง และไม่เคยขายเกมเลยมาตัดสิน

6. อันนี้
"เรื่องจริง" คนทำเกมไทยที่เก่งๆ และมีประสบการณ์จริงๆ จะไม่ใช้คำว่า "เชี่ยวชาญ" "ชำนาญ" "สุดยอด" "เก่งที่สุด" "อันดับ 1" "ชั้นแนวหน้า" กับตัวเอง หรือองค์กรเพราะว่า ด้วยประสบการณ์จะสอนให้เขารู้แล้วว่า

"ในโลกอันกว้างใหญ่นี้นั้น คนทำเกมไทยตัวเล็กกระจ้อยร่อยแค่ไหน ?"

เกริ่นนำ :

อยู่ดีๆ ผมก็นึกเฮี้ยนอยากจะเขียน light novel อ่านง่ายๆ เข้าใจยากๆ ขึ้นมาตะหงิดๆ นั่งๆ มองดวงจันทร์กับอ่านตำนานเทพอยู่นาน ก็เลยปิ๊งไอเดียว่าจะลองเขียนเรื่องแบบนี้ดู แต่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะเขียนได้ยาวแค่ไหนและจบเมื่อไหร่(ตั้งใจไว้น่าจะ 13 ตอน)

เรื่องนี้เป็น เรื่องที่ 6 แล้วที่ผมมีแผนจะเขียน.. พลอต กับโครงเรื่องได้แรงบันดาลใจมาจาก เรื่องสั้นที่เขียนให้เป็นของขวัญวันเกิดน้องสาว(ไม่ใช่น้องสาวจริงๆ)คนหนึ่ง กับ เนื้อเรื่องโดจินที่เคยจะทำกับพี่ที่ทำงานคนหนึ่ง

ยังไงก็ขอฝากด้วยนะครับ

-------------------------------------------------

ใน กาลครั้งหนึ่ง , ใต้จันทราสีแดงเลือด สองชีวิตนิรันดร์ออกพเนจรเร่ร่อนไป

"Eternal's Tale - Chapter 1 :: The Sky & The Moon" - "นิรันดร์นิทาน - บทที่ 1 :: ท้องฟ้า และ ดวงจันทร์"

เช้านี้ของลัวร์

"ถ้าต้องเลือก ระหว่างครอบครัวกับโลกใบนี้ ฉันจะเลือกอะไร ?"
คำถามนี้ ดังก้องอยู่ในจิตของลัวร์อยู่ตลอดเวลา

ลัวร์ เด็กสาววัยรุ่น ผมสีบลอนด์ นัยน์ตาสีฟ้า แบบสาวชาวอารยันทั่วๆไปกำลังนึกเล่นๆระหว่างที่เธอ
กำลังนั่งทานอาหารเช้าที่ประกอบไปด้วยขนมปังปิ้งทาแยมส้มสองแผ่น กับไข่ดาวทอดสุกพอประมาณ 1 ฟอง

อากาศยามเช้าทำให้ลัวร์ตื่นตัวเป็นพิเศษ
เช้าอันแสนสดใส หมายถึงการเริ่มต้นใหม่
การเริ่มต้นที่ลัวร์ เจอมาแล้วตลอดช่วงอายุที่ยาวผิดปกติ 60 ปีของเธอ

แม้ภายนอกจะดูเหมือนกับสาวรุ่น แต่ความเป็นจริงแล้วลัวร์มีวุฒิภาวะไม่ต่างอะไรกับคนที่อายุ 60
สาเหตุของความผิดปกติของร่างที่แก่ช้ากว่าปกตินี้นั้น สืบทอดมาทางสายเลือดของแม่เธอ

คุณแม่ผู้อายุ 200 ปีพอดิบพอดีในวันนี้

งานฉลองวันเกิดไม่ได้ถูกจัดขึ้น ไม่มีปาร์ตี้ ไม่มีแขก ไม่มีกิจกรรมสนุกสนาน ไม่มีแม้แต่เค้กวันเกิด
มีแต่ลัวร์ กับแม่ของเธอ ที่เช้านี้ก็ยังคงหลับอยู่บนเตียง

"แม่คะ ? วันนี้หนูกลับเย็นเพราะมีกิจกรรมนะ" ลัวร์ตะโกน
"ทุ่มตรง ปลูก...ก แม่ด้วยล๊า.." เสียงอ่อยๆ ดังลงมาจากชั้นสอง
"ค่ะ , หนูไปล่ะนะคะ คุณแม่"

ลัวร์พูด และตรงไปที่ประตูบ้านและเปิดมันออก
เด็กสาวเดินอย่างช้าๆ ออกจากบ้านหลังโตที่ปกคลุมไปด้วยเถาวัลย์ออกสู่ถนนที่ทอดตัวยาวสุดลูกหูลูกตา
เช้าวันนี้ก็เหมือนกับทุกๆ วัน ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
60 ปีที่ต้องเจอแต่เรื่องซ้ำซาก และย้ายโรงเรียนมาจนจำไม่ได้ว่าเป็นครั้งที่เท่าไหร่

ลัวร์ เดินไปเรื่อยๆ อย่างไม่รีบร้อน

"สวัสดีจ๊ะ"
"สวัสดีจ๊ะ" ลัวร์ทักตอบ เด็กสาวคนหนึ่งที่สวมเครื่องแบบโรงเรียนเดียวกันกับเธอ
"ดีจ้า ลัวร์ !" เด็กสาวอีกคนทักลัวร์
"สวัสดีจ๊ะ" ลัวร์ตอบไปตามมารยาทก่อนที่เธอจะรีบเดินผ่านไป เพื่อไปถึงโรงเรียนให้เร็วที่สุด

ในความเห็นของลัวร์เอง
การผูกสัมพันธ์กับใครก็ตามที่เธอพบเจอจะนำมาซึ่งความเจ็บปวดเสมอๆ
นับครั้งไม่ถ้วนที่เธอต้องพลัดพราก
นับครั้งไม่ถ้วนที่เธอถูกรังเกียจจากผู้ที่ไม่เข้าใจ
นับครั้งไม่ถ้วนที่ ลัวร์ ต้องเจ็บปวด

ไม่รู้จักใคร ใช้ชีวิตไปวันๆ จนกว่าจะถึงจุดสุดท้ายของชีวิตแบบนี้แหละดีแล้ว
นั่นคือสิ่งที่ลัวร์คิดว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุดในการใช้ชีวิตกึ่งนิรันดร์แบบนี้ของเธอ

เย็นวันนั้น

นักเรียนส่วนใหญ่กลับบ้านไปตั้งแต่ตอนบ่าย เหลือแต่เพียงคนไม่กี่คนที่ต้องอยู่โรงเรียน
เพราะเป็นเวรทำความสะอาด หรือ อยู่เพื่อทำกิจกรรมของชมรม
ลัวร์เองในฐานะ สมาชิกชมรมห้องสมุด ก็ต้องอยู่เย็นเพื่อจัด และตรวจหนังสือเป็นครั้งสุดท้าย

เธอเลือกเป้นสมาชิกชมรมห้องสมุด ก็เพราะหนังสือคือสิ่งที่เธอชอบ

หนังสือ คือสิ่งที่บันทึกความรู้ของผู้คนซึ่งสามารถผ่านกาลเวลาโดยแทบไม่เปลี่ยนแปลงได้เหมือนกับเธอ
ทุกๆวัน ลัวร์จะใช้เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการอ่านหนังสือ
มีความรู้อีกมากให้เธอศึกษา ความรู้นั้นไม่มีขีดจำกัดและทำให้เธอลืมเรื่องเวลาอันยาวนานได้

"กริ๊งงงงงง"

เสียงออดบอกเวลา 6 โมงเย็นดังขึ้น
ลัวร์เก็บหนังสือเข้าชั้นตามเดิม และเดินตรงไปที่ประตูห้องสมุด เธอบรรจงปิดประตูเบาๆ และเหลือบมองในห้องเพื่อ
ตรวจความเรียบร้อยเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะลงกลอนล็อคประตู หยิบกระเป๋าและเดินออกไปทางประตูอาคาร

บรรยากาศยามเย็นวันนี้ดูสลัวๆ แปลกๆ
ท้องฟ้าสีแดงสดเหมือนกับสีของเลือด
รอบๆตัวของลัวร์ มีแต่ความเงียบสงัด
เงียบจนลัวร์รู้สึกผิดปกติ

เด็กสาวยืนอยู่ ณ พื้นที่เปิดโล่ง ลานดินหน้าอาคารเรียน
เธอกวาดสายตามองรอบๆอย่างรวดเร็ว
จมูกดมกลิ่น หูเงี่ยฟังเสียง

"เถ้าสู่เถ้า.. ธุลีสู่ธุลี" เสียงกระซิบดังขึ้น พร้อมๆกับการจู่โจม

ฉึก !
ดาบยาวราว 1 ฟุตเสียบลัวร์เข้าที่ท้องน้อยจากทางด้านหลัง
ลัวร์อ้าปากคาง และทรุดลงนอนแน่นิ่งกับพื้นแทบจะในทันที

"เอเมน" เสียงพูดเบาๆ ดังขึ้นพร้อมๆกับการปรากฏตัวของชายในชุดบาทหลวง
ร่างของชายหนุ่มผมสั้นดูทะมัดทะแมงสูงราว 178 ซม. เดินตรงมาหาร่างของลัวร์ที่นอนจมกองเลือดอยู่อย่างช้าๆ

"มารร้าย มีเลือดสีแดงเหมือนมนุษย์ น่าขยะแขยงสิ้นดี"
เขาพูดและใช้เท้าเขี่ยร่างของลัวร์ ให้แน่ใจว่าเธอนั้นแน่นิ่งไปแล้วจริงๆ
เมื่อแน่ใจแล้ว ชายในชุดบาทหลวงก็ล้วงเข้าไปในเสื้อของตัวเองและหยิบเอาขวดน้ำเล็กๆออกมา

"นี่คือน้ำมนต์อันศักดิ์สิทธิ์ ที่ปลุกเสก ณ วิหารเซนต์ปีเตอร์"
"ขอพระบิดา ทรงรับการชำระวิญญาณบาปนี้ด้วยเถิด"

เขาพูด พลางบิดฝาขวดและเทน้ำในขวดนั้นรดร่างของลัวร์

"นายมันเป็นพวกวิตถาร แทงผู้หญิงแล้วชอบเอาน้ำรดทั้งตัวหรือไง" เสียงผู้หญิงที่แหลมเล็กดังขึ้น
ร่างของเด็กผู้หญิงที่ตัวสูงราวเอวของบาทหลวง สวมชุดโกธิคสีแดงที่เต็มไปด้วยลูกไม้ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังของเขา
ชายในชุดบาทหลวงยืนตัวแข็ง ด้วยความตื่นตระหนก

"ไม่ยักรู้ว่าเจ้าเป็น พวกย่ำทิวา บาโธรี่ที่ 2"
ชายในชุดบาทหลวง ล้วงเข้าไปในเสื้ออย่างรวดเร็วและคว้าเอาดาบก่อนจะหมุนตัวเพื่อฟันเด็กผู้หญิงที่ยืนอยู่ด้านหลัง
ณ เสี้ยววินาทีนั้นเอง เด็กผู้หญิงชุดแดงแสยะยิ้มให้เห็นเขี้ยวเล็กๆตรงมุมปากของเธอ และหายไปจากตรงนั้น
ชั่วพริบตาต่อมา เท้าน้อยๆที่สวมรองเท้าสีแดงสดผู้กโบว์น่ารัก ก็ฟาดเข้าตรงแก้มด้านซ้ายของชายในชุดบาทหลวง
ส่งผลให้ร่างของเขาล้มลงฟาดกับพื้น

"บอกกี่ครั้งไม่รู้จำ อย่าเรียกชั้นแบบนั้น เจ้าพวกงมงาย" เด็กหญิงชุดแดงว่า
"นางมารบาโธรี่.." ชายหนุ่มลุกขึ้นยืน และถือดาบเอาไว้ในมือ

แต่ทว่า
ก่อนที่เขาจะได้ทำอะไร เด็กหญิงชุดแดงก็เข้าประชิดตัวเขาด้วยความเร็วชั่วพริบตาอีกครั้ง

"นี่ !" เด็กหญิงพูดและชกใส่ท้องของชายหนุ่ม
"สำหรับ !" เธอปล่อยหมัดที่สองติดๆกัน
"ให้จำ !" หมัดที่สามถูกปล่อยออกติดๆกันอย่างเร็ว
"ว่า !" หมัดที่สี่เข้าซ้ำตรงจุดเดิม บาทหลวงหนุ่ม อ้าปากค้าง
"ชั้นคือ !" หมัดที่ห้าถูกตอกเข้าแรงกว่าสี่หมัดแรก
"เซียล !" เธอปิดท้าย ด้วยการเตะผ่าหมาก ดวงตาของชายหนุ่มเหลือกขึ้นและทรุดล้มลงกอง นอนแน่นิ่งกับพื้น
"จันทรคราสแดง จำใส่กะโหลกของแกไว้"

เด็กหญิงชุดแดงเสยผม และแสยะยิ้มอีกครั้ง
เธอกวาดสายตาไปรอบๆ และเงี่ยหูฟังเสียง ก่อนจะเดินตรงไปยังร่างของบาทหลวงหนุ่ม ที่นอนจุกอยู่
พริบตานั้นเอง

ฟ้าวววววววววว ฉึก

ดาบสีเงินเล่มโตถูกขว้างมาจากทางด้านหลังใส่เด็กหญิงชุดแดง เธอกระโดดหลบอย่างว่องไว แต่ดาบเล่มนั้นก็บาดโดนกระโปรงของเธอขาด
เซียล เด็กหญิงชุดแดงกำมือแน่นด้วยความโกรธ

"สุนัขวาติกัน ชอบลอบกัดจริงๆนะ"
"โปรดถอยห่างจาก สาธุคุณอิสคาเรียต เจ้าหญิงแดง" เจ้าของดาบปรากฏตัวขึ้น ผู้หญิงผมยาวสีเงินสวมชุดบาทหลวงผู้ชายคนหนึ่งเดินออกมาจากเงามืด
"ถอยห่างเรอะ !? ไอ้งมงายนี่กำลังจะฆ่าลูกสาวชั้น ! ดูก่อนเถอะนังสุนัขวาติกัน !"
"เราขออภัยในการกระทำอันพลการของ สาธุคุณอิสคาเรียตด้วย , เรา จอห์น หัวหน้าหน่วยสาวก ยินดีที่ได้รู้จักกับท่าน เจ้าหญิงแดง" ผู้หญิงผมยาวสีเงินทักทายอย่างสุภาพ
"จอห์น ? จอห์นคนใหม่เป็นผู้หญิงเหรอเนี่ย !? ตาเฒ่าดื้อด้านนั่นลงโลงไปแล้วเรอะ"
"ระวังวาจาของท่านด้วย อดีตสาธุคุณจอห์นได้ลาจากโลกนี้ไปรออยู่ ณ อาณาจักรแห่งพระองค์แล้วอย่างสงบ"
"เชอะ พูดเพราะต่างกับคนอื่น แต่จุดประสงค์เหมือนเดิมเลยนะ เจ้าพวกงมงาย"
"หากไม่ใช่คำสั่งขององค์สันตะปาปา เราคงจัดการท่านไปแล้วล่ะ เจ้าหญิงแดง"
"ถ้าแกคิดว่าทำได้ก็ลอง.."

"แม่คะ.." เสียงของลัวร์เรียก ทำให้เซียลชะงัก
"ลัวร์ !" เซียลรีบวิ่งตรงไปหาลัวร์ที่นอนอยู่
"แม่ จะเจ็บ" ลัวร์พูดไปพลางเลือดไหลออกจากปากไปพลาง
"ทนหน่อยนะ" เซียลคว้ามือจับที่ด้ามรูปกางเขนของดาบ

ฉี่ เสียงดังเบาๆ พร้อมกับควันสีขาวคล้ายกับอะไรไหม้ลอยฟุ้งออกมาจากมือข้างที่จับดาบของเซียล
เธอกัดฟันด้วยความเจ็บปวด และออกแรงดึงดาบออกจากท้องของลูกสาวเธอ
เลือดสีแดงสดทะลักพุ่งตามออกมาเป็นสาย และค่อยๆหยุดลง
น่าอัศจรรย์ที่เมื่อดึงดาบออกแล้ว ปากแผลของลัวร์ก็ค่อยๆสมานตัวกัน และในที่สุดเลือดก็หยุดไหลเอง
ลัวร์ลุกขึ้นนั่ง มองหน้าเซียลผู้เป็นแม่

"แม่.. หนูขอโทษ วันนี้เป็นวันเกิดของแม่ หนู.."
เซียลพุ่งตรงเข้าไปกอดลูกสาวของเธอไว้แน่น ลัวร์คิดว่าเธอได้ยินเสียงแม่ของเธอสะอื้น
"จุ๊ๆ เด็กโง่ การที่หนูมีชีวิตอยู่นี่แหละ คือของขวัญที่ดีที่สุดของแม่ล่ะ" เซียลพูด
"แม่คะ..แฮปปี้ เบิร์ธเดย์" ลัวร์กระซิบ
"แฮปปี้ เบิร์ธเดย์จ๊ะ"

ระหว่างที่สองแม่ลูกกอดกันอยู่นั้น จอห์น หญิงสาวผมเงินในชุดบาทหลวง และ อิสคาเรียตบาทหลวงหนุ่มก็หายตัวไปจากที่ตรงนั้น
โดยที่ไมได้ทำให้ สองแม่ลูกผู้เป็นนิรันดร์นั้นรู้ตัวแม้แต่นิดเดียว

ค่ำนั้น ดวงจันทร์ส่องสว่างเป็นสีเหลืองนวล
ทอแสงทาบทับร่างของสองแม่ลูก
เซียลและลัวร์

"นภาและจันทรา"

-------------------------------------------------

edit @ 3 Nov 2007 04:14:49 by Thanit A.



Thanit A.
View full profile