นี่เป็น Entry สารคดี ถ่ายทอดชีวิตข้าพเจ้า ผู้ซึ่งไม่รู้มีเวรมีกรรมอะไรนักหนาโดน คนป่วยโรค แอสเพอร์เกอร์ซินโดรม(Asperger's Syndrome) จองเวรจองกรรมตามหาตัวมาตลอดสองปี หนำซ้ำยังไม่วาย อาศัยความ "ป่วย" เป็นเกราะกำบังอิจฉาริษยา อับ Entry ตัวเองกระแหนะกระแหน สะท้อนให้เห็นว่าถึงจะ "ป่วย" แต่ก็ยัง "รู้ตัว" และ "อิจฉา" เป็น
ข้าพเจ้า... ขออนุญาตประกาศว่า ข้าพเจ้า ถือสา คนบ้า และ ด่าคนเมา... เพราะมัน "ไม่บ้าจริง" และก็ "ไม่ได้เมา" มันแค่ "ป่วย" และ "ที่บ้านไม่ช่วยดูแลเลย"
ครั้งหนึ่ง ในราวช่วงปี 2001 - 2002 เมื่อครั้งข้าพเจ้ายังคงรับงานจากบริษัท CyberPlanet Interactive.Co.,Ltd.(CPI) อยู่ ข้าพเจ้าได้รับการบอกเล่าจากพี่ๆที่ทำงานว่ามี ชายคนหนึ่งพยายามจะตามหาตัวข้าพเจ้า ถึงขั้นกับบุกมาถึงบริษัทพูดอะไรไม่รู้เป็นวักเป็นเวร... พอโดนล้อเข้าหน่อยก็แสดงอาการ EQ ต่ำออกมา ตัวสั่น ทำท่าเหมือนจะร้องไห้ หัวฟัดฟัวเหวี่ยง ณ เวลานั้น เคราะห์ดีที่วันนั้นข้าพเจ้าเข้าบริษัทตอนบ่ายซึ่งชายคนนั้นได้กลับไปก่อนแล้ว เพราะที่บ้านสั่งว่า "ให้กลับบ้านเร็ว"
ก็เลยพลาดโอกาสจะได้เจอกัน
ครั้งที่สอง เกิดห่างจากครั้งแรกไม่นานนัก ในที่สุดก็มีวันแจคพอตแตก... ข้าพเจ้าเข้าบริษัทและเจอชายคนดังกล่าวพอดี... บรรดาพี่ๆที่รักเหมือนอยากจะดูโชว์จำอวดจึงจัดสถานที่ส่งเขามาให้ข้าพเจ้าคุยด้วย... จากการพูดคุยคร่าวๆทำให้ข้าพเจ้ารู้ในทันทีว่า "แม่งไม่ปกติ" แต่ด้วยความเมตตาและพยายามทำความเข้าใจ... ข้าพเจ้าจึงยอมนั่งฟังมันพล่ามเรื่องสารพัด ทั้งเรื่องความจำเป็นในการทำเกมของมัน... ทำเพราะถ้ามันไม่ทำจะไม่มีใครทำแล้ว เป็นหน้าที่อันยิ่งใหญ่ราวกับสวรรค์จะลิขิตมาก็ไม่ปาน เวลาผ่านไปราวๆ 2 ชั่วโมงครึ่ง... กับการสนทนาไร้สาระ และก็จบลงโดยที่ข้าพเจ้ายังไม่รู้เลยว่า... ตกลงมึงบุกมาถึงบริษัทเกมนี่ เพื่อจะมานั่งเล่าความทุกข์ให้ฟังแบบศาลาคนเศร้าหรือยังไง ?
ครั้งที่สาม เมื่อครั้งข้าพเจ้าได้ดูแลออกแบบควบคุม ProjectONE ณ ที่ทำงานปัจจุบัน ขณะนั้น , บริษัท Debuz Co.,Ltd. ข้าพเจ้ารู้สึกว่าต้องการผู้ช่วยงานเพิ่ม จึงได้ทำเรื่องขออนุญาตประกาศรับสมัครพนักงานเพิ่มเติม ซึ่งก็ได้รับอนุมัติ และแล้วชายคนเดิมก็ปรากฏตัวต่อหน้าข้าพเจ้าอีกครั้ง ข้าพเจ้าและผู้บริหารบริษัทรู้สึกเห็นอกเห็นใจและอยากจะลองให้โอกาสแก่คน "ป่วย" แต่ยังมี "ความพยายาม"(อันหลังพวกข้าพเจ้าทึกทักคิดไปเองฝ่ายเดียว)ได้ลองทำงานดู ก็เลยบรรจุเขาในตำแหน่งผู้ช่วยออกแบบเกม
ตลอดการทำงานสองเดือนนั้น... ข้าพเจ้ารู้สึกเหมือนพึ่งรับสมัครตำแหน่ง "ผู้ช่วยเพิ่มงาน" มากกว่า "ผู้ช่วยงาน" ชายคนที่ข้าพเจ้ารับมานั้น จบการศึกษาเกียรติ์นิยมวิทยาศาสตร์ สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ แต่ไม่สามารถเขียน for loop ด้วยตัวเอง... ไล่ nested loop ก็ไม่ได้ และไม่เข้าใจถึงหลักการประกาศค่าคงที่ เพื่อใช้แทนการป้อน input เดิมซ้ำๆในโปรแกรมหลายจุด... ข้าพเจ้าพลิกตำราหาคำอธิบายว่าเหตุเช่นนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร... จนถึงบางอ้อว่า... คน "ป่วย" ในกลุ่มอาการที่ว่าข้างต้นนั้น จะมีความสามารถในการ "จดจำ" เป็นเลิศ แต่ปราศจากความ "เข้าใจ" และ "ประยุกต์" ใช้
จำเก่งคิดไม่เป็นก็จบเกียรตินิยมของบางสถาบันได้ เป็นความจริง... (ไม่ขอเอ่ยชื่อสถาบันนะครับ แค่ได้รับผลประเมินอันดับโหล่สุดท้ายตารางของการประเมิน ราชภัฎทั้งประเทศก็แย่พอแล้ว)
ข้าพเจ้ารู้สึกผิด ที่รับคนที่ "คิดสิ่งใหม่" ไม่ได้มาทำงานด้าน "ออกแบบ" ...
หลังจากสองเดือนของการทำงาน ข้าพเจ้าจึงเป็นผู้ตัดสินใจ ไฟเขียวให้ "ไม่ผ่านการทดลองงาน" กับมือตัวเอง และขอให้ท่านผู้บริหารช่วยแจ้งแก่ชายคนนั้นตามกระบวนการ ก่อนที่ข้าพเจ้าจะรับกลับไปนั่งโต๊ะเพื่อสะสางงานที่แทบต้องทำใหม่เกือบหมด...
ระหว่างที่ข้าพเจ้ากำลังทำงานตามปกตินั้น ชายคนนั้นก็เดินปึงปังเข้ามาในห้อง พร้อมกับตะคอกข้างหูข้าพเจ้าว่า
"ลาก่อน"
ก่อนที่เขาจะเดินออกไปและไม่กลับมาอีก อารมณ์เดียวกับคดี "ฮว้ากกกกกกกก" ที่เกิดขึ้นในเร็วๆนี้... ข้าพเจ้าถึงกับงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นเหนือสามัญสำนึกของข้าพเจ้า มาทราบทีหลังว่าชายคนนั้นรู้สึกว่า "เขาทำงานได้ดีแล้ว แต่ถูกสกัดดาวรุ่งโดยข้าพเจ้า" ... เจริญละ... ข้าพเจ้าพึ่งประจักษ์กับตัวเอง อัน "ชาวนากับงูเห่า" เป็นอย่างไร ชาวนาผู้อารี โดนงูเห่า "ป่วย" ฉกเข้าแล้ว
ครั้งที่ 4 วันหนึ่งข้าพเจ้าไปงาน TAM เพื่อพบปะกับเพื่อนๆ โดยเฉพาะเพื่อนคนสำคัญที่จบด้านออกแบบเกมมาจากประเทศแคนาดา... ระหว่างทานข้าวกลางวันด้วยกันนั้น เพื่อนของข้าพเจ้าก็เล่าให้ฟังถึงคนประหลาดคนหนึ่งที่นั่งข้างๆเขาในห้องสัมมนา... เพื่อนข้าพเจ้าเล่าว่า พวกเขานั่งคุยกันและสอบถามถึงหน้าที่การงานกันในฐานะคนที่ทำเกมเหมือนกัน ปรากฏว่าชายคนนั้นตัดพ้อต่อว่าเพื่อนของข้าพเจ้าว่า
"ทำไมผมทำเกมมาเป็นสิบปีไม่มีงานทำ แล้วคุณพึ่งจบมาไม่ถึงปีกลับได้งานทำแล้ว ไม่ยุติธรรมเลย"
เพื่อนข้าพเจ้านั้นงงมาก... และไม่เข้าใจว่าเขาจะสื่ออะไร, ภายหลังมีการชี้ตัวคนร้าย ซึ่งก็ปรากฏว่า เป็นคน "ป่วย" คนเดิม
ครั้งที่ 5 ข้าพเจ้าเคยเขียน entry เชิงตัดพ้อต่อว่าเรื่องของ feed back ที่ได้รับจากประเทศญี่ปุ่น กับ ในประเทศไทยทำนองๆ ไม่สนับสนุนก็อย่าด่าแบบเสียผู้เสียคน กันจะได้หรือไม่
ชาย "ป่วย" ซึ่งมี blog ใน exteen แห่งนี้เหมือนกัน... ก็เขียน entry เชิงประชดประชันข้าพเจ้าทำนองว่า
"คนไทยเนรคุณจะเอาดีที่ญี่ปุ่น"
ทำให้ข้าพเจ้าต้องเขียน Entry ประกาศสงครามในกาลต่อมา... และลามปามไปถึงการโทรมาเพื่อด่าถึงบ้านข้าพเจ้าเอง และบ้านเพื่อนข้าพเจ้าหลายคน...
ครั้งที่ 6 เร็วๆนี้... ข้าพเจ้าอุตส่าห์เขียนแบบเข้ารหัสถึงคุณสมบัติผู้ไม่ควรรับเข้าทำงาน "ออกแบบเกม" เพื่อไม่ให้มีการสืบสาวหาเอาเรื่องว่า ข้าพเจ้าได้พูดถึงใคร แต่ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะเขียน Entry ประชดทำนองว่าชื่อ "อาการที่เข้ารหัส" ไว้นั้นไม่มีอยุ่จริง
ถึงวันนี้ข้าพเจ้าตาสว่างแล้ว โดนไอ้คน "ป่วย" ที่ "อิจฉา" และ "ก้าวร้าว" แอบจิกกัดและ "ประชด" มานาน...
ใช้คำว่า "ป่วย" เป็นเกราะกำบังในการทำร้ายคนอื่น โดยปราศจากความผิด...
ไม่ได้อยากจะทำร้ายเขา... แต่อยากจะชักชวนให้เลิก "ให้โอกาส" คนที่ทำผิดซ้ำซ้อนคนหนึ่ง... อยากให้มองข้ามความ "ป่วย" ของเขาและมองที่ตัวตนจริงๆที่เป็นคนมีสตินึกคิดเหมือนกัน...
ใครอยากรู้ว่าผู้ป่วยอาการนี้เป็นเช่นไร ลองเอา แอสเพอร์เกอร์ซินโดรม(Asperger's Syndrome) ไปหาข้อมูลเพิ่มเติมดูครับ แล้วก็...เวลาจะรับคนทำเกมท่าทางแปลกๆ พูดแต่เรื่องทหาร ตัวผอมๆ กรุณาซักประวัติถามสักนิด ขอใบรับรองแพทย์ด้วยก็ดี
"เดี๋ยวฟ้าจะผ่าซ้ำที่เดิม รอบสอง รอบสาม"
วีรกรรมสุดยิดจริงๆ