ต่อไปนี้เป็นบรรยายออนไลน์ฟรีในกระบวนวิชา : คู่มือเอาชีวิตรอดในการบริหารโครงการเกมไทย #7
เกริ่นนำ
เท่าที่จำได้... ผู้บรรยายคุ้นๆว่า ดองบทความนี้ไว้นานแทบจะเป็นชาติ... หลังจากผ่านเรื่องยุ่งๆอย่างการบริหารบริษัทตัวเองมาเป็นปี ในที่สุดผู้บรรยายก็หาเวลามาเขียนต่อให้ตามสัญญาเมื่อครั้งปางก่อนแล้วครับ
โดย Entry นี้ จะขอตะลุยรวดเดียวสามฝ่ายแ Sound , Designer แล้วก็ Tester รวดเดียวจบเลย
2.3 Sound/Music Composer
ตำแหน่งผู้ดูแลด้านดนตรี และเสียงประกอบ เป็นตำแหน่งที่สำคัญไม่แพ้ Programmer และ Artist ในทีมทำเกมเลยทีเดียว... แต่ในทีมพัฒนาเกมส่วนใหญ่นั้น ตำแหน่งนี้มักจะเป็นตำแหน่งที่มีคนนึกถึงเป็นอันดับท้ายๆ และไม่ค่อยให้ความสำคัญนัก...
เพราะมีคนรู้ มีคนเข้าใจน้อย... คิดแค่ว่าเสียงประกอบ หรือว่าเสียงเพลงไปหาโหลดๆจากที่ไหนมาใส่ๆเข้าไปเอาก็ใส่ได้...
เสียงบันทึกก็มีลิขสิทธิ์นะครับ... ระวังกันไว้ด้วยก็ดี...
เนื่องจากผู้บรรยายเองก็ไม่สันทัดงานด้านนี้เหมือนกัน... รายละเอียดขอส่งต่อให้ไปตามดูผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานด้านนี้โดยเฉพาะตรงๆ blog เพื่อนบ้านอย่าง : http://nike.exteen.com แทนล่ะกันครับ
2.4 Designer
ตำแหน่งในฝันของใครหลายคน แม้แต่ผู้บรรยายเอง เป็นตำแหน่งที่ต้องใช้ความรับผิดชอบสูง และต้องทำงานที่หนักไม่แพ้กับตำแหน่งอื่นๆที่กล่าวมา...
มักจะมีความเข้าใจผิดๆว่า คนในตำแหน่งนี้จะได้มีเสรีภาพทางแนวคิดมากกว่าตำแหน่งอื่น... หรือมีโอกาสได้เสนอไอเดียเกมในฝันตัวเองให้คนอื่นทำตาม... ซึ่งไม่เป็นความจริง "แม้แต่น้อย" เลย เพราะในความเป็นจริงนั้น Designer เองก็ต้องทำตาม "โจทย์" ที่ถูกกำหนดมาไม่ต่างอะไรจากตำแหน่งอื่นๆ
ในปัจจุบันลักษณะงานของ Designer นั้นไม่มีการนิยามตายตัวชัดเจนว่าขอบเขตของการออกแบบนั้น เริ่มต้น และ จบลง ที่ไหน ทำให้ในบางองค์กรนั้นไม่มีตำแหน่ง Designer อยู่จริง หรือบางครั้งจะอาศัยตำแหน่งก่อนหน้าทำงานด้าน Design ไปพร้อมๆกัน ทำให้ตำแหน่ง Designer นี้จึงเป็นตำแหน่ง Senior ชนิดหนึ่งในองค์กรไปโดยในทางปฏิบัติ
งานโดยหลักแล้วจะเป็นลักษณะของการ กำหนดขอบเขตงานและลงรายละเอียดในทุกๆส่วน จำเป็นจะต้องมีการทำเอกสาร มีการใช้โมเดลนำเสนอ รวมไปถึงในบางกรณีจำเป็นจะต้องวางแผนงาน และทำตลาดด้วย
จากประสบการณ์ตรง ผู้บรรยายขอแนะนำ และกำชับว่าหากต้องการหาบุคลากรในตำแหน่งนี้ ควรจะเลือกพิจารณาผู้ที่
1. เขียนโปรแกรมเป็น (ไม่ใช่เขียนได้)
2. วาดรูปเป็น (ไม่ใช่วาดรูปได้)
3. เลือกเสียงเป็น (ไม่ใช่หาเสียงมาใส่ได้)
4. เคยดูแลทำเกมจนสำเร็จมาแล้วอย่างน้อย 1 เกม(จะทำเองคนเดียวอยู่กับบ้านก็ได้)
5. มีมนุษย์สัมพันธ์ดี พูดภาษาคนรู้เรื่อง สามารถถ่ายทอดความคิดออกมาเป็นทั้งคำพูด และเอกสารได้
6. รู้จักใช้โมเดล และเอกสารอ้างอิงต่างๆ ไม่ใช่ถือเทียน 1 เล่มแล้วมานั่งบริกรรมคาถาเอา
7. เชี่ยวชาญด้านการทำเอกสาร(เพราะเป็นตำแหน่งที่ทำงานเอกสารเยอะมาก)
และไม่ควรเลือกผู้ที่มีพื้นเพ หรือนำเสนอคุณสมบัติตัวเองดังต่อไปนี้ โดยขาดคุณสมบัติข้างต้นข้อใดข้อหนึ่ง
1. เล่นเกมมาเยอะ
2. อ่านบทวิจารณ์เกมมาเยอะ
3. จบจากสถาบันสอนเรื่องการออกแบบเกมมา(... ปกติแล้ว สถาบันต่างประเทศจะส่งไปทำงานเป็น Tester ก่อน)
4. มีเกมที่ชอบและเกลียด แบบนิยามลงไปได้อย่างชัดเจน
5. นักเลงคีย์บอร์ด
6. ป่วยเป็นโรคทางประสาทที่เรียกว่ากลุ่มอาการ เอสเพอเรนเจอร์ ซินโดรม
ผู้บรรยายไม่ต้องการที่จะสร้างอคติใดๆ... แต่อยากเตือนเอาไว้จากประสบการณ์ที่พบมาตลอดชีวิตนักออกแบบเกมว่า... ฟ้ามักจะผ่าที่เดิมซ้ำสองเสมอๆ ถ้าเราไปยืนอยู่ตรงจุดที่มันชอบผ่าประจำ...
2.5 Tester
ตำแหน่งที่ผู้บรรยายทั้งเกลียด และก็รักมากที่สุดพร้อมๆกัน... และเป็นตำแหน่งในฝันของเด็กหลายคนอีกเช่นกัน
"อาชีพ เล่นเกม(ไม่สนุก แถมมี bug)"
เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ ผู้บรรยายเล็งเห็นว่ามีความสำคัญมาก และต้องใช้ความอดทนสูง ผู้ที่สามารถทำอาชีพนี้ได้ต้องเป็นคนขี้สงสัย ชอบลองอะไรแปลกๆใหม่ๆ และเป็นพวกย้ำคิดย้ำทำ...
วันๆ นั่งเล่นเกมเป็นร้อยๆรอบ โดยมีเอกสาร check list จุด check point การทดสอบต่างๆวางอยู่ข้างตัว
ปกติแล้ว บริษัทในไทย จะไม่รับตำแหน่งนี้มาทำงาน... แต่จะอาศัย Designer หรือ Programmer ที่ดูแลโปรเจคอยู่ทำงานนี้ควบไปด้วยในตัวเพื่อลดต้นทุน และขนาดองค์กร...
หรือบางครั้ง ด้วยระยะเวลาการผลิตที่กระชั้น บางองค์กรจึงจำเป็นจะต้องข้ามขั้นตอนนี้ไป และพยายามส่งของให้ถึงมือลูกค้าก่อน
ซึ่งทำให้สภาพที่ออกมาก็ตามมีตามเกิด... ตามที่ลงทุนไป
บทสรุป
Entry นี้ผู้บรรยายจงใจจะสรุปรวบรัด เพราะเริ่มขี้เกียจแล้วและกระสันอยากจะเขียนเรื่อง case study รวมไปถึงกลเม็ด trick ในการเอาตัวรอดที่ผู้บรรยายได้ใช้เอง รอดเอง สำเร็จเองมาตลอด 8 ปี ชีวิตทำงานบริษัทเกมซะที
สำหรับการปูพื้น 7 Entry ผู้บรรยายคิดว่าน่าจะเพียงพอและสมควรจบลงแต่เท่านี้... Entry หน้าจะเป็นของจริงเรื่อง
"วิธีการเอาตัวรอด" สมกับชื่อแล้ว