2009/Mar/01

คำนำ : Entry นี้ไม่ใช่ Entry การเมืองแต่อย่างใด... ไม่เกี่ยวกับสีใดๆ หากแต่เป็นเรื่องของรูปแบบการวางตัวและธรรมเนียมพึงปฏิบัติในวงการเกมไทยที่ผ่านการยอมรับจากผู้หลักผู้ใหญ่หลายท่านแล้วว่าเป็นหนทางที่ถูกต้อง เหมาะสม และแสดงถึงความเป็นอารยะ

บัญญัติศัพท์
ประเทศ = บริษัท กลุ่ม ทีม หรือ คนทำเกม
พลเมือง = สมาชิก ลูกจ้าง หรือ พนักงาน
สหประชาชาติ = กลุ่มก้อนของบริษัท ทีม หรือคนทำเกม
ตัดหัวฑูต = เกรียนใส่ฑูต / ไม่ให้เกียรติ / ไม่คุยด้วย

เกริ่นนำ : อยู่ดีๆก็อยากจะเขียนเล่าให้น้องๆ เพื่อนๆฟังกันว่า วิธีแบบอารยะ ที่นิยมใช้กันในหมู่ผู้มีอารยธรรมในวงการเกมไทยทำกันเป็นอย่างไรก็เท่านั้นเองขอรับ

เริ่มต้น : ที่ใดมีคนมากกว่า 1 ที่นั่นย่อมมีความขัดแย้งเกิดขึ้นเป็นธรรมดา และเมื่อเกิดความขัดแย้ง ก็ต้องมีการแก้ปัญหาเพื่อคลายความขัดแย้งนั้นและทำให้สังคมอยู่ในความสงบสุขต่อไปตราบนานเท่านาน

ในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นนั้น บรรดาอารยประเทศ(บริษัท / กลุ่ม / ทีม / คนทำเกม)จะเลือกวิธีการแก้ไขปัญหาดังต่อไปนี้

1. การเจรจา

การเจรจาคือการแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุด และแสดงถึงความเป็นมนุษย์สิ่งมีชีวิตชนิดเดียวบนโลกใบนี้ที่สื่อสารด้วยการ พูดคุยเป็นหลักไม่ใช่ใช้ "ร่างกาย" ในการสื่อสาร หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ "พูดรู้เรื่อง" นั่นเอง

สำหรับการเจรจาที่นิยมใช้กันนั้นสามารถแบ่งแยกย่อยได้ดังต่อไปนี้

1.1 การส่งฑูตเพื่อเจรจา

ใช้สำหรับการเจรจากับฝ่ายตรงข้ามที่ไม่รู้จักมักคุ้นกันดี หรือว่ามีเรื่องบาดหมางกัน หรือเป็นอริราชศัตรูกัน การส่งฑูตผู้ซึ่งเป็นคนกลาง หรือคนที่อีกฝ่ายคุ้นเคย หรือได้รับการไหว้วานมาจากผู้หลักผู้ใหญ่อีกทีนั้นจึงเป็นอีกหนทางหนึ่งที่จะทำให้สามารถเริ่มเปิดการพูดคุยเพื่อเจรจาหรือตกลงได้

โดยปกติแล้ว เมื่อได้พบกับฑูต ประเทศนั้นๆควรจะให้การต้อนรับ และให้เกียรติกับผู้เป็นฑูต ไม่ว่าเรื่องที่นำมานั้นจะดีหรือร้าย พูดเข้าหู หรือไม่เข้าหูก็ตาม... พฤติกรรมที่ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่งที่สุดก็คือ

"การตัดหัวฑูต"

อันเป็นการแสดงถึงความป่าเถื่อนและไร้อารยธรรม ณ ปัจจุบันนี้ มีบริษัททำเกมบริษัทเล็กๆหนึ่งได้กระทำการนี้และถูกคว่ำบาตรจากบริษัทใหญ่กว่าในตลาดอย่างไม่เป็นทางการเรียบร้อยแล้ว กระผมหวังว่าบริษัทเล็กๆ แต่มีเงินนั้นน่าจะทราบดีถึงจุดนี้และควรทบทวนถึงนโยบายต่างประเทศของตนใหม่ได้แล้ว

1.2 การเจรจาแบบทวิภาคีระหว่างผู้นำ

เป็นการพบปะระหว่างผู้นำของสองประเทศ เพื่อเจรจาในข้อตกลงร่วม หรือทำความเข้าใจในปัญหาที่ละเอียดอ่อนอันโดยมากเกิดมาจากเหล่าพลเมืองและบรรดาทหารหาญ ส่วนมากจะเกิดขึ้นด้วยการไปนั่งกินข้าวด้วยกันสองต่อสองเพื่อหารือถึงทางออกร่วมที่ทั้งสองฝ่ายต่างพอใจ จะเกิดขึ้นกับเฉพาะประเทศที่คุ้นเคยกันดี

1.3 การเจรจาร่วมโดยมีสหประชาชาติเป็นกรรมการ

เป็นรูปแบบการเจรจาในกรณีเกิดปัญหาร้ายแรงระหว่างรัฐและบางครั้งมีการตัดหัวฑูตเกิดขึ้น ณ ปัจจุบันยังไม่มีการใช้รูปแบบการเจรจานี้ แต่กระผมกำลังพยายามจะผลักดันให้จัดขึ้นเพราะรู้สึกว่า น่าจะยังมีวิธีการเจรจาอื่นอีกกับชาติรัฐอันธพาล และยังอยากจะใช้วิธีการเจรจาแก้ปัญหา ก่อนที่จะใช้วิธีการคว่ำบาตร หรือการใช้กำลังทางทหาร

รูปแบบของการเจรจาจะเกิดขึ้นในการประชุมโดยมีตัวแทนของประเทศต่างๆเข้าร่วมฟังและช่วยในการแก้ปัญหา รวมไปถึงเป็นกรรมการช่วยลอบบี้ในบางครั้ง

2. การคว่ำบาตร

เป็นวิธีการตอบโต้ที่เบาที่สุด หลังการเจรจาไม่อาจสัมฤทธิ์ผล ไม่ว่าท่านจะแน่แค่ไหน จงพึงระลึกไว้เสมอว่า คนเราต้องอยู่ในสังคมและไม่อาจจะใช้ชีวิตอยู่คนเดียวโดยไม่พึ่งใครได้(อย่างน้อยก็ชาวนาปลูกข้าว พ่อแม่เลี้ยงดูมา)

การถูกคว่ำบาตรจากยักษ์ใหญ่บางประเทศนั้นอาจจะส่งผลมาถึง การขอทุน / การหาตัวแทนจำหน่าย / การหาร้านวาง เลยทีเดียว

3. การใช้กำลัง

เป็นวิธีแก้ปัญหาในกรณี "แมร่งพูดกันไม่รู้เรื่องแล้ว" และ "ไม่อาจจะปล่อยไว้ได้อีก" ปัจจุบันมีรูปแบบการใช้กำลังดังต่อไปนี้

3.1 ผู้ก่อการร้าย

โดยมากจะเป็นนักเลงคีย์บอร์ดมือฉกาจ มีทั้งเป็นทหารประจำการ และ ทหารรับจ้าง โดยมากแล้วผู้ก่อการร้ายมักปกปิดฐานะของตัวเอง หรือมักมี account ผี ตัวตนผีเอาไว้ใช้ปลุกระดมและก่อการ

ผู้ก่อการร้ายจะสร้างสถานการณ์ที่ทำให้เหยื่อนั้นต้องเสื่อมเสีย โดยมากก็มักจะไม่พ้นการล่อเป้าตามเวบบอร์ดสำคัญเพื่อทำการดิสเครดิต

วิธีนี้เป็นวิธีที่ขี้ขลาดสุด แต่ก็ลงทุนน้อยสุด และมักจะได้ผลมากที่สุดด้วย... ปัจจุบันมีหลายประเทศลงนามในสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการก่อการร้ายและใช้วิธีก่อการร้าย แต่หลายประเทศก็ยังไม่ลง...

3.2 การออกแถลงการณ์ประนาม

เป็นอีกวิธีหนึ่งที่เชื่อกันว่าอารยะ... เป็นการด่าทออย่างสุภาพ แต่หมายถึงการแตกหัก

3.3 ใช้กองทัพเข้าปิดล้อม และใช้ปืนใหญ่ยิงถล่ม

โดยมากจะเป็นขั้นตอนต่อจากการคว่ำบาตร... เหยื่อจะไม่ได้รับความช่วยเหลือใดๆจากคนอื่นอีก และถูกกดดันจากรอบข้างให้ต้องยอมแพ้และทำตามผู้ชนะ ไม่งั้นก็ตายไปซะ

3.4 การยิงถล่มเป้าหมายสำคัญด้วยอาวุธนำร่องวิถีไกล

เป็นการโจมตีโดยหวังผลเพื่อการสังหารให้ตายกันไปข้างอีกวิธีหนึ่งที่ยังยอมรับได้ว่า อารยะ เป็นที่รู้กันดีว่าเกือบทุกประเทศนั้นมีการละเมิดลิขสิทธิ์ และทำผิดกฏหมายหลายข้ออยู่... บรรดาประเทศที่หัวหมอจะจัดจ้างทีมกฏหมายหรือทนายเก่งๆ หาช่องเล่นงานทันทีที่เห็นสมควรและผู้ที่โดนก็มักจะตายไปจากวงการเลย

ถ้าไม่ตายก็แค้นกันไปทั้งชาติ โดยมากประเทศที่ใช้วิธีนี้มักจะไม่มีใครอยากคบค้าด้วย

3.5 อาวุธทำลายล้างแรงสูง - Weapon of Mass Destruction

เป็นทางเลือกสุดท้ายที่สุด... และมีใช้กันไม่กี่ประเทศที่ถ้ากระผมพูดชื่อออกมาก็มีสิทธิจะโดนกับเขาได้เหมือนกัน ใช้สำหรับกรณีที่การมีอยู่หรือการกระทำของฝ่ายตรงข้ามนั้นเกี่ยวพันถึงการเป็นตายของอีกฝ่าย และไม่อาจจะเจรจาหรือใช้วิธีข้างต้นดีๆได้เพื่อยุติปัญหา

ปัจจุบันเท่าที่เคยได้ยินคำร่ำลือมา อาวุธทำลายล้างแรงสูงนั้นมีคุณสมบัติหลักประกอบด้วย

"ตะกั่ว"

"น้ำมัน"

และ
"ยางรถยนต์"

จบล่ะขอรับ...

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
เอามาโพสต์เตรียมสอบเหรอครับ big smile
#1  by  @nudyed At 2009-03-02 00:06, 
ผมกำลังจะเป็นประเทศdouble wink
#2  by  ADVENTURE At 2009-03-02 02:34, 
แอบอ่านมานานและ ผมทำเกมส์เป็นโปรเจคจบครับ
#3  by  ADVENTURE At 2009-03-02 02:57, 
แย่มาก -_-'

นี่พวกหล่อนตั้งบริษัทเกม หรือบริษัทรับวางยุทธศาสตร์สงครามกันแน่ยะ
#4  by  joyka At 2009-03-02 09:18, 
เชยจังครับพี่

เดี๋ยวนี้เค้าเิลิก "ตัดหัวฑูต" กันไปแล้ว
มันต้อง "ถีบฑูตลงเหว" ครับ

ก่อนถีบให้ตะโกนดัง ๆ ด้วยว่า "This is ..." ตรง ... ให้ใส่ชื่อประเทศตัวเองเข้าไป confused smile
#5  by  Penz At 2009-03-02 09:27, 
วัยรุ่นยุคหลัง ๆ นิยมวิธีแตกหักมากกว่าพูดคุยล่ะครับ
คงจำเยี่ยงมาจากฝูงม็อปหลายสี..
#6  by  นิเกะ At 2009-03-02 16:33, 
นั่งยางกันซะงั้น
#7  by  Thep-aksorn : The Aria Auditor At 2009-03-02 23:40, 
เจออไอ้ ตายใน 3 วินี้วู้จะกดผ่านก็ผ่านไม่ได้
#8  by  Tu-KiD-EnG At 2009-05-30 15:59, 

<< Home


Thanit A.
View full profile