เรท : 17+ Entry ต่อไปนี้อาจมีถ้อยคำที่ทั้งถ่อย และรุนแรง รวมไปถึงภาษาวิบัติเพื่อเสริมอรรถรสในการอ่าน เด็กดีๆควรมองข้ามคำเหล่านั้นไปและสนใจสาระที่ผู้เขียนประสงค์จะสื่อมากกว่า
ระวังจะเสียอถรรรส : เนื้อหาบางตอน spoil อย่างแรงในเกมที่ไม่ได้ทำแล้ว... จะพยายามเขียนตัวให้จิ๋วแล้วไปหาทางขยายอ่านเองนะครับ
เกริ่นนำ
อันที่จริงเหมือนจะเคยเล่าเรื่องนี้แบบคร่าวๆใน Entry แนะนำตัวของผมไปแล้วหนหนึ่ง แต่ก็ยังไม่วายมีน้องๆ และเพื่อนๆ หลายท่านถามเสียจนผมพึ่งนึกได้ว่าเอามาเขียนเป็น Entry เอาไว้ส่งลิงค์ให้อ่านกันน่าจะเหมาะสมกว่า
ก่อนจะตั้ง StudioGU
ในช่วงขณะนั้นผมอยู่ในช่วงว่างงานหลังจากที่ "โดนให้เลิก" รับงานจากบริษัท CyberPlanet Interactive Co.,Ltd. ที่มีชื่อเสียง(ทั้งดีและไม่ดี)กำลังเตร่ไปเตร่มาและพยายามจะเรียนหนังสือให้จบปริญญาตรีตามที่ตั้งใจไว้ ประจวบเหมาะกับได้พบปะเจอะเจอบรรดาพี่ๆที่เคยทำงานร่วมกัน(แต่เขาลาออกไปก่อน)ในงาน TAM และก็ถูกเชิญชวนให้มาทำงานด้วยกันโดยใช้โปรเจคเกม MMOG เกมหนึ่งเป็นเครื่องล่อใจ ซึ่งผมในตอนนั้นด้วยความกระสัน(ย้ำว่ากระสัน)ตามประสาคนหนุ่มก็กระโดดงับเหยื่อและไปเข้าทำงานให้กับบริษัทผลิตเกมมือถือนามกรว่า Debuz Co.,Ltd. ในทันที
ผมในขณะนั้นถ้าเปรียบเป็นแม่ทัพ ก็เหมือนคนพึ่งพ่ายศึกมาหมาดๆ ทั้งๆที่อุตส่าห์สู้สุดใจเพื่อนายที่ภักดีแต่ก็ถูกขุนนางกังฉินใส่ความ เกือบจะถูกประหารดีที่ได้สหายเก่ามาช่วยให้หลบหนีไปได้ รวมทั้งยังหนุ่มกว่าตอนนี้มากยังไม่ลืมเลือนความฝันที่ว่าวันหนึ่งจะต้องยืนหยัดด้วยลำแข้งตัวเองและสร้างแบรนด์ของตัวเองที่ไม่สนใจกระแสตลาดจะขายได้ไม่ได้ของประเทศนี้ไปให้ได้(EGO แร้งแรง ~)
ระหว่างทำงานกับบริษัทนั้นผมก็มีโอกาสได้เจอกับนักศึกษาฝึกงานกลุ่มหนึ่ง(ที่เสือกแก่กว่าผมทุกคน) และได้เล็งเห็นว่าคนหนึ่งในนั้นมีศักยภาพมากพอที่สมควรจะรักษาเอาไว้ทำเกมดีๆ ในวันหน้าอย่างยิ่งยวด แต่บริษัทแมร่งเสือก(ขออภัยคำหยาบ)ไม่เห็นก็เลยตัดสินใจว่าเอาวะ ชวนพวกมันมาทำเกมกันดีกว่า
คำถามชวนคนไปตายครั้งแรก
ผมจำได้คร่าวๆว่า ช่วงการเข้าไปชวนบรรดาเพื่อนๆทั้งเก่า และใหม่ที่พึ่งเจอมารวมทำเกมกันนั้น จะเป็น Event สุดแสนแนวมากๆ ซึ่งถ้าผมจำไม่ผิด ผมชวนเพื่อนที่เป็นโปรแกรมเมอร์ผู้ซึ่งร่วมทุกข์ร่วมสุขทำเกมด้วยกันมาตั้งแต่เด็กด้วยประโยคทางโทรศัพท์ประมาณๆว่า
"เฮ่ย เรามีเรื่องดีๆจะมาบอกลื้อว่ะ"
"อะไรของลื้อวะ ?"
"เพลานี้เป็นฤกษ์งามยามเหมาะ ที่เราจะครองโลกกันแล้วว่ะสหายเอ๋ย"
"....."
แล้วก็อะไรอีกสักสองสามอย่างนี่แหละครับ ผมเองก็จำไม่ได้(น้องๆอย่าเลียนแบบนะครับ นอกจากเพื่อนจะไม่ทำเกมแล้ว ยังอาจจะโทรเรียกโรงพยาบาลบ้าด้วย)
หลังจาก lobby คนเขียนโปรแกรมได้แล้วก็ชวนบรรดาเพื่อนๆนักวาดที่เจอที่บริษัท(ซึ่งตอนนั้นยังฝึกงานอยู่)ด้วยคำถามว่า
"คิดว่า 1+1 ได้เท่าไหร่ ?"
นี่ก็แนวมากๆ ลืมไปแล้วว่าถามแบบนั้นไปทำไม อารมณ์เหมือนกับมีนิมิต ของขึ้นก็เลยถามออกไปแบบนั้นและก็ได้คำตอบแบบที่ค่อนข้างกวน(เพราะคนถามแมร่งก็กวน)กลับมา ก็เลยโอเคคุยกันได้
ด้วยคนเท่านี้ ทำเกมอะไรกันดีวะ ?
คุ้นๆว่าตอนนั้นคิดที่จะเริ่มต้นใหม่ตั้งแต่ศูนย์ด้วยการทำเองทั้งหมดตั้งแต่ส่วนโครงสร้าง Engine ส่วนวาด pixel ออกทางหน้าจอเลย หลังจากคุยสุมหัวกันและประเมินเวลาแล้วกว่า Engine จะเสร็จก็คงหมดแรงทำเกมกันก่อน ดังนั้นก็ต้องหาวิธีทำเกมอะไรก็ได้ที่ง่ายๆ ไม่ต้องเขียน Logic เยอะมากนัก แล้วก็สามารถปรับเอาคนที่ปกติถนัดงานวาดมากกว่างาน pixel art อยู่แล้วมาทำได้เลย... หลังจากนั่งทางในไม่นาน ประกอบกับคิดจะทำมานานแล้วหวยก็เลยออกมาเป็น Visual Novel
เอาตั๊กแตนให้ดู แต่จริงๆแล้วส่งไปฆ่าช้างแมมมอธ
กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการทำงาน โชคดีที่ตอนนั้นกระแสของเกม "เจ้าหญิงสุกี้"(หลายคนคงรู้ว่าผมพูดถึงเกมอะไร) กำลังมาแรงพอดิบพอดีผมก็เลยใช้เกมนี่แหละเป็นเครื่องปลุกใจของทีมงานทำนองว่า
"เฮ่ย พวกมรึงไม่ต้องทำอะไรหรูมากมายนักหรอก ทำแค่ไอ้นี่ก็พอ"
ซึ่งเมื่อถึงเวลาจริงๆแล้ว หลังจากทำงานไปด้วยกันสักระยะผมก็ค่อยๆเอาเกมอื่นๆที่ "คุณภาพ" สูงกว่ามาทยอยๆป้อนให้ดูกันทีละเล็กละน้อยจนท้ายที่สุดกลายเป็นว่าพวกเรานั้นจะทำเกมให้ได้งานภาพอย่างน้อยใกล้ๆกับ "ปาร์ตี้งานการ์ตูน" กัน
ทุกวันนี้เวลากินเลี้ยงอาหารญี่ปุ่นกันในทีม เวลาพูดเรื่องสมัยก่อตั้งทีมกันก็ยังเป็นขี้ปากให้ด่ากันเองได้บ่อยๆว่า
"มรึงหลอกพวกกรูนี่หว่า"
ตั้งชื่อทีม
จะทำการใหญ่ทั้งที ชื่อเป็นสิ่งสำคัญ... หลังจากการหารือกันเป็นเดือนว่าจะเอาชื่ออะไรดี สุดท้ายหวยก็มาออกระหว่างที่กำลังไปสัมมนาบริษัทบนเกาะร้างกลางทะเลว่าเอาชื่อสั้นๆง่ายได้ใจความอย่าง Studio(ของพวก)GU นี่แหละ
... มีอีตาโปรแกรมเมอร์คนเดียวที่รู้สึกว่าไม่ชอบชื่อนี้เลยด้วยเหตุผลว่า "GU มันถ่อย หยาบคาย" และพวกเราก็แถกลับด้วยว่ามันอ่านว่า "จียู ย่อมาจากอะไรสักอย่างนี่แหละต่างหาก" ...พวกเรานี่มันช่างเลวจริงๆ...
ทำไมถึงเลือก Angel's Tale
แต่เดิมทีผมมีงานอดิเรกคือการเขียนนิยายเก็บเอาไว้อ่านเอง กับส่งให้เพื่อนๆที่รู้จักอ่านกันด้วยความที่มีเลือดนักเขียนไหลเวียนมาตั้งแต่คุณปู่ ซึ่งในบรรดานิยายเหล่านั้นมีทั้ง fantasy , sci-fi และรวมไปถึง love comedy ด้วย
หลังจากไปตะลุยคุ้ยหาในกองนิยายตัวเองอยู่นั้น ในบรรดาเรื่องที่ธรรมดา และ "แนว" น้อยสุดก็คือนิยายเรื่อง "นางฟ้ารังควาน" ที่ผมเขียนเรื่องคร่าวๆเอาไว้แล้วไม่ได้เขียนต่อ เอามาปัดฝุ่นเติมตัวละครเข้าไปแล้วก็ ตู้ม กลายออกมาเป็น Angel's Tale
รับสมาชิกใหม่
หลังจากทำด้วยกันไปสักพัก ก็ต้องมีการสับเปลี่ยนกำลังพลกันภายในกลุ่มเพื่อความเหมาะสมและชดเชยบรรดาผู้ที่เสือกชิงตายก่อนโดยไม่บอกล่วงหน้า...
กาลนั้นมีไอ้น้องโชคร้ายตัวหนึ่งมาฝึกงานที่บริษัทที่กว่าครึ่งของทีมงาน StudioGU นั้นอาศัยอยู่ ด้วยเพลาเหมาะเจาะรวมไปถึงเห็นแววว่ามันมาแนวนี้แน่ๆ ท่านผู้นำแห่ง StudioGU จึงกล่าวบทไป
"สนใจจะมาเป็นทาสรับใช้พวก GU มั้ย"
แล้วไอ้น้องโชคร้ายคนนั้นก็ดั๊นตบปากรับคำแทบจะในทันใด ซึ่งภายหลังน้องน้อยผู้โชคร้ายคนนั้นก็ถูกใช้งานอย่างหนักแถมตอนแรกมีแต่งานระดับกุลีเป็นทาสสมชื่อ พอยกระดับมาหน่อยก็มีงานแบบ "การทดลอง" มาลองทำไปเรื่อยๆ กว่าจะพิสูจน์ตัวเองถึงความภักดีได้ก็ปาเข้าไปเกือบครึ่งปี(ข่าวลือที่ว่า StudioGU นั้นทำการทดลองกับมนุษย์เป็นๆ และละเมิดสิทธิมนุษยชนนั้นมีมูล)
พอได้เป็นตัวจริงลงสนามก็ต้องทำฟรีตั้งสองเกมทั้งๆที่ไม่ได้ขายโดยเกมหนึ่งโดนยกเลิกไปเพราะ
"ไม่น่าจะขายได้"
SPOILER :
1. เนื้อเรื่องของรอยชอล์กนั้นยาว 7 วัน
2. เนื้อเรื่องไม่มีทางแยก
3. ทุกวันไม่มีอะไรเลยนอกจาก เอก คุยกับ ผู้หญิงคนเดิมที่ป้ายรถ
4. ถ้าจำกันได้มีตัวละคร 3 ตัว
แก้ว - ตายแล้วนอนจมกองเลือด
ขวัญ - ผู้หญิงผมสั้นที่คุยกับไอ้เอกได้ตั้ง 7 วันโดยไม่หนี...
เอก - ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นผีไปแล้วเหมือนกัน แต่มันไม่รู้ตัว
5. เรื่องจบที่เอกมันรู้ความจริงและไปสู่สุคติ... ส่วนเกี่ยวอะไรกับ รอยชอล์ก... รอยสเปรย์ขาวๆที่ตำรวจเขาไว้ขีดบนพื้นเวลามันมีอุบัติเหตุ ถ้ามองเผินๆมันก็ดูคล้ายๆรอยชอล์กนะครับ เป็นยังไงล่ะ ช็อคมะ ?
และอีกเกมนั้นโดนพักเอาไว้เพราะ เปลี่ยนแผนกะทันหันเมื่อต้นปี 2008
การสนับสนุน
เรียกได้ว่าเราโชคดีมากครับที่ทั้งสื่อหลายแห่ง และเวบหลายเจ้าได้ให้การต้อนรับและสนับสนุนช่วยนำเสนอข่าว และเผยแพร่ Demo ของเราด้วยความเต็มใจและไม่เรียกเก็บค่าใช้จ่ายใดๆจากทางฝั่งเราเลยแม้แต่น้อย ใครว่าทำเกมในไทยไม่มีเรื่องดีๆเลย... ใครว่าทำเกมไทยไม่มีใครสนใจจะช่วยเหลือ คิดผิดคิดใหม่ได้นะครับ ผมคิดว่าสังคมบ้านเรานี่เป็นสังคมที่ดีมากๆและก็ช่วยเหลือกันแบบที่ต่างประเทศนี่หาดูได้ยากจริงๆ
สุดท้าย
หมดแรงเขียนแล้วครับ... ขอสรุปสถานการณ์ปัจจุบันให้ฟังเป็นข้อๆล่ะกันนะครับ
1. StudioGU ไม่ใช่บริษัทและไม่เคยเป็น เป็นแค่ชื่อกลุ่มของนักพัฒนาเกมอิสระ ที่แค่บังเอิญส่วนใหญ่มีงานทำในบริษัทเกม และอาศัย เวลาว่างจากการทำงานปกติ มานั่งทำเกมกัน
2. StudioGU นั้นก็แค่อยากจะทำงานออกมา มีคนชอบมาซื้องานก็ดีใจเป็นหนักหนา โดยอาศัยลำพังลำแข้งตัวเองและผู้ที่ยินดีมอบความกรุณาให้การสนับสนุนทั้งแบบไม่ต้องการสิ่งแลกเปลี่ยน หรือเสนอสิ่งแลกเปลี่ยนที่ต่างฝ่ายต่างพอใจ
3. StudioGU ปัจจุบันมีสินค้าออกจำหน่ายแล้ว 1 เกมคือ Angel's Tale และปัจจุบันก็ยังคงขายอยู่
4. StudioGU มีเกมที่ทำในนาม StudioGU เองเพียงแค่ดังรายชื่อต่อไปนี้
- Angel's Tale - เสร็จและจำหน่ายแล้ว
- Roi Chalk - ยกเลิก
- สหัสบุปผา - พักไว้ก่อน
- Re Angel - โปรเจคปัจจุบันที่ยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ
เกมนอกเหนือจากนี้นั้น เป็นเพียงแค่เกมที่ทีมงานบางคนได้มีส่วนเป็นลูกจ้าง , ทาส , ผู้ดูแล หรือผู้ร่วมผลิตเท่านั้น โดยไม่ได้มีอำนาจบริหารควบคุมกำกับดูแลแต่อย่างใด
5. StudioGU ยังทำงานอยู่ และสมาชิกทุกคนก็ยังอยู่ครบ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้อับเดตเวบมาเป็นชาติแล้วก็ตาม