ตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน ปีที่แล้วที่ผมเริ่มนำ Angel's Tale ไปวางขายในงานออกร้านการ์ตูนทำมือ(ขออนุญาตใช้ภาษาไทย แทนคำทับศัพท์ว่าโดจิน นะครับ)ในนามของกลุ่ม StudioGU ผมก็ได้มีโอกาสเฝ้าสังเกตรูปแบบของงานที่ค่อยๆมีการเปลี่ยนแปลงไปทีละเล็กทีละน้อยนะครับ
เริ่มตั้งแต่ลักษณะของสินค้าที่ผู้ร่วมงานนำมาขาย ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงย้ายสถานที่เพราะข่าวลือไม่ดีว่าไปสร้างความเดือดร้อนให้กับเจ้าของสถานที่เก่าจนถูกเขาอัปเปหิกันไป
สิ่งที่ผมสังเกตเห็นมีดังนี้นะครับ
1. จำนวนน้องๆผู้ให้ความสนใจและแต่งคอสเพลย์ มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก
ผมจำได้ว่าสมัยแรกๆนี่ ผมแทบจะจำหน้าบรรดาน้องๆ เลเยอร์(ผู้แต่งชุด)ได้เลยว่ามีคนไหนบ้าง มาตอนนี้นี่ดูเหมือนว่าประชากรคนเดินงานส่วนใหญ่จะกลายเป็นช่างกล้องกับบรรดาเลเยอร์ไปเสียแล้ว
2. ชุดคอสเพลย์ที่ใส่กันในปัจจุบันดูพิถีพิถันมากขึ้น
ต้องยอมรับเลยว่าหลายคนแต่งชุดที่มี อุปกรณ์เสริมที่ทำอย่างตั้งใจ รวมไปถึงการเลือกเนื้อผ้ามาเป็นวัสดุตัดชุดได้เหมาะสมมากขึ้นเยอะกว่าสมัยแรกๆที่มีคนแต่งเลยล่ะครับ นับว่าเป็นส่วนหนึ่งที่เรียกได้ว่าผมสังเกตเห็นว่าเป็นความก้าวหน้าขึ้นอย่างมากทุกครั้งที่มีงานแบบนี้จัดขึ้นเลยทีเดียว
3. จำนวนสินค้าเกี่ยวกับการคอสเพลย์มาขึ้น
มีอุปสงค์เพิ่มขึ้น ก็ย่อมมีอุปทานมากขึ้นเช่นกัน อันนี้เข้าใจครับ... แต่ว่าระยะหลังๆนี่ไม่รู้ผมรู้สึกไปเองหรือเปล่านะครับว่าบรรยากาศงานเริ่มใกล้สภาพของตลาดโบ้เบ้ เข้าไปทุกทีๆแล้วน่ะครับ
4. หลายกลุ่มเลิกเขียนการ์ตูนหันมาทำพวงกุญแจ
ลงทุนน้อยกว่า ขายได้เยอะกว่า ขายง่ายกว่า เรื่องธรรมดาที่จะต้องมีการปรับตัวทางธุรกิจกัน... แต่แบบบางทีนะครับ... ผมเองก็รู้สึกเหมือนกันว่า วัตถุประสงค์ของการมาร่วมงานขายสินค้าทำมือของมือสมัครเล่นกันเนี่ย มาเพื่ออะไรกันแน่ ? มาเพื่อสนอง need ? มาเพื่อ คุยกับเพื่อนฝุง ? มาเพื่อลอง สนามซ้อมขายของก่อนจะเข้าสู่ธุรกิจจริงๆ ? หรือมาแค่หาค่าขนมกินเล่นไปวันๆกัน ?
ผมขอออกตัวก่อนเลยว่า หากประเมินยอดต้นทุนการผลิต Angel's Tale จริงๆ ผมลงทุนไปเฉพาะส่วนการผลิตเกมนี่อย่างต่ำๆก็ราวๆ 1-2 แสนนะครับ(แต่จริงๆประเมิน manday แล้ว 3 ล้านกว่า) ยอดขายที่ได้ก็ได้มาแค่ประมาณ 7-8 หมื่นบาท ซึ่งหารแบ่งกันในทีมแล้วได้เฉลี่ยคนละหมื่นต้นๆ พวกผมแต่ละคนรับงาน outsource กันเดือนๆหนึ่งสามารถสร้างรายได้ต่อคนคนละ 2-3 หมื่นนะครับ เงินที่ได้จากการขายของนี่เรียกว่าจิ๊บจ๊อยไปเลย แต่ทุกคนก็มีความสุขดีน่ะครับ ได้ขายของให้กับลูกค้า ได้พูดคุยกับคนที่พึ่งจะซื้อ หรือซื้อไปแล้วว่าเขามี feed back อะไร ซึ่งตรงส่วนนี้ผมมองว่ามันเป็น "กำไร" ที่สูงค่ายิ่งกว่าเงินไม่กี่ร้อย กี่พัน กี่หมื่นเสียอีกนะครับ ?
5. หลายคนเริ่มทำ/ขายสินค้าเสีย่งต่อการผิดกฏหมายบ้านเมืองมากขึ้น
รู้ดีอยู่แก่ใจน่ะครับ ทั้งคนที่ขายกันโต้งๆบนบูทแบบไม่อายฟ้าดินไปจนถึงคนที่อายอยู่บ้างแอบขายใต้โต๊ะ หรือหลังงานเลิก Staff งานท่านเดินผ่านผมก็ไม่เห็นจะสนใจทำอะไร ? ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าจะมีกฏห้ามขายของผิดกฏหมายไว้ทำไมในเมื่อมีแต่กฏเปล่าๆไม่มีการบังคับใช้
รวมไปถึงน้องๆหลายกลุ่มที่นิยมวาดการ์ตูนโป๊เปลือยลามกทั้งนิดๆ หรือมากๆ จนบางกลุ่มได้ยอดขายถล่มทลายไปก็มี... ไม่รู้เหมือนกันว่าท่านเคยคิดหรือไม่ว่าถ้ามันมีสักชิ้น สักเล่มหลุดรอดไปถึงมือสื่อ หรือผู้ใหญ่ที่คิดมากบางท่านอะไรมันจะเกิดขึ้น
ผมเบื่อครับไอ้ประโยคที่ว่า
"ผู้ใหญ่กับสื่อบ้านเราเป็นโรคจิตชอบจ้องทำลายวงการการ์ตูนและเกม"
เพราะทั้งๆที่จริงๆไอ้ตัวการบ่อนทำลายจริงๆ ชักศึกเข้าบ้านกันจริงๆมันก็ไอ้
"คนรักการ์ตูน และ เกม" นั่นแหละครับ
6. สถานที่
งานหลังๆที่จัดโดย Negibose นี่ ต้องยอมรับว่าพื้นที่ค่อนข้างคับแคบระดับแมวดิ้นตายเลยทีเดียว... แถมยังหาโต๊ะในส่วนประชาสัมพันธ์ได้ลำบากสำหรับผู้ที่ต้องการติดต่อ Staff ผู้จัดงาน แต่ยอมรับว่างานครั้งล่าสุดมีการจัดแยกโต๊ะเพื่อให้สะดวกในการเดินมากขึ้น ถือได้ว่าเป็นการปรับตัวให้เข้ากับสถานที่ที่ดีขึ้นครับ แต่เป็นไปได้ผมรู้สึกว่าบูทจอง 2 SP ที่ควรจะได้พื้นที่หน้าโต๊ะ 1 เมตร 40 ซม ตามสเปคที่ระบุไว้นี่ เอาเข้าจริงๆรู้สึกจะได้ เมตรกว่าๆนะครับ
นานๆครั้งจะบ่นเรื่องไม่เกี่ยวกับทำเกมสักที...