2009/Dec/05

เป็นเรื่องบ่นรวมๆเลยไม่รู้จะเขียนหัวข้อว่าอะไรดีครับ

พอดีช่วงนี้ทำงานอดิเรกเป็นจารชนไซเบอร์เหมือนสมัยหนุ่มๆน่ะครับ ด้วยเพราะว่าทนเห็นเพื่อนถูกรังแก กดขี่ ข่มเหงไม่ไหว

ได้พบปะผู้คนมากหน้าหลายตา บ้างก็ดี บ้างก็ร้าย
ได้พบว่าโลกไซเบอร์สิบปีหลังมานี่ ต่างจากสิบปีก่อนโดยสิ้นเชิง เต็มไปด้วยก๊กเหล่า เต็มไปด้วยการทรยศหักหลัง การฉกชิงอำนาจ หรือจะพูดให้ถูกก็คือได้พบว่าทุกวันนี้ในโลกไซเบอร์ มีอะไรแย่ๆของสังคมข้างนอกเข้ามาอยู่จนแทบไม่ต่างกัน... ต่างกันก็แค่ เยาวชนที่สัมผัสมันนั้นไม่มีพ่อแม่ ผู้ปกครองคอยให้คำแนะนำหรือกลั่นกรองให้

ผมเห็น หลายคนเอ่ยปากเกลียดธุรกิจและผลประโยชน์ในชุมชนออนไลน์ แต่ในขณะเดียวกัน ก็ทำอะไรคิดถึงแต่หน้าตาชื่อเสียงของกลุ่มตน พอใครมาแย่งไป หรือได้ไปแทนก็โมโหโกรธา

ผมเห็น หลายคนฝันเฟื่องละเมอคิดการใหญ่ แต่ไม่รู้วิธีไปให้ถึงเป้าหมาย ได้แต่อาศัยยืมมือเท้า ยืมจมูกคนอื่นในอาณัติหายใจแล้วก็ถูมิใจ โอนี่แหละ "เวบอันยิ่งใหญ่ของกู"

ผมเห็น หลายคนชอบเล่นเป็นตำรวจ... แต่ยังเอาถุงน่องมาสวมหัวทำตัวเป็นไอ้โม่งดักตีหัวคนแถวมุมตึก... ปากก็บอกเพื่อความถูกต้องแต่พฤติกรรมแม่งเยี่ยงโจร... ลักลั่นย้อนแย้งนัก

ผมเห็น หลายคนที่ทำดีอย่างตั้งใจต้องถอดใจ อำลาแวดวงไปทีละคนสองคน เพราะการชิงอำนาจของคนยืมจมูก ยืมมือเท้าเขาสร้างผลงาน... ด้วยเพราะรักไอ้น้องๆ ที่รักในชื่อเสียง กับผลประโยชน์ที่มาจากตัวพี่ๆ

ผมเห็น หลายคนประกาศกร้าวว่าจะล้างแค้นผมด้วยการทำงานดีๆออกมาตอกหน้าผมให้หน้าหงายไปเลย ผมยังรอดูอยู่นะครับ รอดูอยู่พร้อมกับพี่น้องประชาชี ทั้งสาวกผม ทั้งสาวกท่าน... ผมขออย่างเดียว ทำไม่ได้อย่าโทษใคร แต่ให้ "โทษตัวเอง" ที่ไม่รู้จักประมาณตนและอ่อนแอเกินไปเถอะครับ

ผมเห็น หลายคนแอบซุ่มทำตามฝันว่าจะทำเกมไปขายญี่ปุ่น... ปีนี้มีคนญี่ปุ่นมาหาผมในไทยนี่แล้วน่าจะ 4 คนด้วยกัน ทำงานดีๆไว้นะครับ แล้วเดี๋ยวเขาจะมาหาเราเอง

ใครก็ตามที่กรอกศาสนาในเอกสารราชการว่า "พุทธ" ลองเอาพวกหนังสือธรรมะ มาอ่านบ้างนะครับ จะได้รู้จักปล่อยวางลงบ้าง อัน ตัวกู เวบกู เกมกู กิจกรรมกู เงินกู ชื่อเสียงกู ... ดูซะบ้างว่า...

"มันใช่ของกูซะที่ไหนกันเล่า ?"

2009/Nov/15



ขอบคุณที่อุดหนุนสินค้าของ StudioGU ในงาน Manga Mache MKV เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมานะครับ...
ขอบคุณช้าไปบ้างเพราะว่าอยู่ที่ห่างไกล Internet...

ส่วนของแถมสำหรับท่านลูกค้าที่ลงทะเบียนไว้ตั้งแต่วันแรกที่เปิดขาย อดใจรออีกสักหน่อยนะครับ

2009/Nov/07

โดยปกติแล้ว ผมจะอาศัยโชคกับจังหวะทำให้ตัวเองนั้นลอยอยู่เหนือความกดดันได้เสมอๆ

แต่ก็มีบางคราวที่หนีไม่พ้นจริงๆ และต้องเผชิญหน้า... กับความกดดัน กับปัญหาที่บางครั้งตัวเองก็คิดไม่ออกเหมือนกันว่าจะแก้ยังไง... บางเรื่องก็ถึงกับเป็นตายกันเลยทีเดียว...

ในชีวิตทำงานความกดดันที่ว่า มันไม่ใช่เรื่องอย่าง... อาจารย์ให้การบ้านมาเยอะเกินทำไหว... จะสอบแล้วอ่านหนังสือไม่ทัน... หรือ โดนนักเลงคีย์บอร์ดสักคนด่าพ่อล้อแม่บนเวบบอร์ดหรือพิมพ์อะไรอ่านแล้วรู้สึกไม่เข้าหู

ในทุกยุค ทุกสมัย ผมมักจะได้อยู่ในตำแหน่งที่ต้องอยู่ระหว่าง ผู้มีอำนาจ และ ผู้ไม่มีอำนาจ อยู่เสมอๆ เป็นเสมือนกระบอกเสียงของผู้ไม่มีอำนาจ และก็เป็นดาบกับโล่ห์ให้กับผู้มีอำนาจในขณะเดียวกัน

บางครั้งเวลาเผชิญหน้ากับความกดดันมหาศาล ผมมีความรู้สึก

"อยากจะหนี"

เหมือนกับคนอื่นๆเหมือนกัน...

ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาที่ไม่รู้จะแก้ยังไง

ต้องเผชิญหน้ากับความผิดที่ไม่อาจลบล้าง

แต่ผมไม่อยู่ในฐานะที่จะหนีได้...

ด้วยฐานะ ด้วยหน้าที่ มีแต่ต้องยืนอยู่ตรงนั้นรอเผชิญหน้ากับความตายอย่างเดียว ถามว่ากลัวหรือเปล่า ? ก็ต้องตอบว่ากลัว กลัวมากๆด้วย แต่ว่ามันต้องอยู่ ถ้าไม่อยู่ก็ไม่มีใครอีกแล้ว... จะใจร้ายส่งคนอื่นไปตายแทนก็เป็นเรื่องที่ผิดคุณธรรม...

จ่าผู้ฝึกสมัยเรียนวิชารักษาดินแดนเป็นผู้อบรมและสอนให้ผมใช้วิธีหนึ่งในการเอาตัวรอด จากสถานการณ์แบบนั้น

ไม่ใช่ร้องไห้โวยวาย

ไม่ใช่อาละวาดก่อดราม่าบนเวบบอร์ด

ไม่ใช่ร้อง ฮว้าก แล้ววิ่งไปทุบใคร

ไม่ใช่วิ่งหนีไปจนถึงขั้วโลกใต้

มันคือการตั้งสติและใจเย็น พยายามท่องไว้ในใจเสมอว่า "เราต้องรอดไปให้ได้" แล้วก็งัดทุกอย่างที่มีออกมาสู้มัน สู้จนกว่าเลือดในกายจะเหือดแห้ง สู้จนกว่าสังขารนี้จะแหลกสลายกลายเป็นผุยผง ถ้าไม่สู้ชีวีจะหาไม่... อย่างน้อยถ้าจะตายก็ขอลากพวกนั้นไปด้วยให้มากที่สุด จะได้ไม่เหงาเวลาไปนรก...



Thanit A.
View full profile